รัฐฉานตอนเหนือเป็นพื้นที่การสู้รบที่สังคม รับรู้ว่าสำคัญมาตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว เมื่อเกิดการรวมตัวกันของกลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพ ได้แก่ TNLA ของตะอาง (ปะหล่อง) MNDA ของโกก้าง และ AA ของอาระกัน และร่วมมือกันในปฏิบัติการ 1027 เพื่อขับกองทัพของพม่าออกจากพื้นที่ในรัฐฉานตอนเหนือ ซึ่งอยู่ติดชายแดนจีน และมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์กับจีนเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากจีนจะเข้าไปลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานในรัฐฉานเหนือไล่ไปจนถึงรัฐอาระกันที่อยู่ติดมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะท่อส่งก๊าซที่หล่อเลี้ยงมณฑลยูนนานในจีนใต้แล้ว รัฐฉานตอนเหนือ อันประกอบด้วยเมืองน้อยใหญ่ที่เคยมีเจ้าฟ้าปกครองตนเอง และรัฐที่รัฐบาลพม่ามอบสิทธิให้ปกครองตนเองบางส่วนอย่างว้าและโกก้าง เป็นดินแดนสนธยาที่เป็นแม้แต่รัฐบาล SAC ก็ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพื้นที่นี้แบบเต็มตัว
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ฉานเหนือคือพื้นที่สีเทา ที่เต็มไปด้วยธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภท ว้าขึ้นชื่อว่าเป็นราชายาเสพติด รัฐฉานเหนือกลายเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ล้มแชมป์เก่าอย่างอัฟกานิสถานมาตั้งแต่ปี 2023 นอกจากนี้ความที่เขตของว้ามีสถานะกึ่งรัฐอิสระ และด้วยสภาวะสงครามกลางเมืองในพม่า ว้ายังเป็นกลุ่มที่ทั้งผลิตและจัดหาอาวุธให้กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ ผลประโยชน์มากมายในพื้นที่นี้ ทำให้หลายฝ่ายต้องการเข้าไปขุดทองและกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
แม้รัฐบาล SAC จะไม่สามารถควบคุมรัฐฉานเหนือได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการควบคุมพื้นที่นี้อยู่ ด้วยเป็นชายแดนที่เชื่อมพม่ากับจีนใต้ และด้วยแนวคิดดั้งเดิมของกองทัพพม่าที่จะไม่มีวันปล่อยให้กลุ่มชาติพันธุ์ใดๆ แยกออกไปเป็นอิสระได้อย่างเด็ดขาด ตัวแสดงที่มีความสำคัญสูงสุดในรัฐฉานเหนือในเวลานี้คือจีน มักมีผู้ถามผู้เขียนว่าจีนคิดอย่างไรต่อการสู้รบที่ยืดเยื้อในพม่า ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 4 ในอีกไม่กี่เดือน ผู้เขียนมองว่านโยบายของปักกิ่งและยูนนานไม่ได้พื้นความคิดที่สลับซับซ้อนอะไร แต่จีนมั่นคงและมุ่งมั่นปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของตนเอง ด้วยเป็นประเทศใหญ่และมีพลังการต่อรอง (leverage) สูง จีนจึงไม่ต้องเกรงใจใคร เมื่อจีนต้องการแก้ไขปัญหาชายแดนของตนเอง
สำหรับไทย การแก้ปัญหาโดยการไปเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนทีละกลุ่มแบบเปิดเผย เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลยในมุมมองของรัฐไทย เพราะไทยยึดกรอบการเจรจาแบบรัฐต่อรัฐ หมายความว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไทยต้องเจรจากับเนปยีดอหน้าฉาก ส่วนจะไปเจรจาในทางลับๆ อะไรกันหลังฉากก็อีกเรื่อง แต่สำหรับจีน จีนไม่เคยปกปิดเลยว่าตนเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดนของตน และใช้คนเหล่านี้เป็นกันชน และเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของตนทั้งในรัฐฉานเหนือและรัฐอาระกัน จีนยัง “ทำถึง” เมื่อเข้าไปช่วยให้เกิดการเจรจาหยุดยิงระหว่างกองทัพของพม่าและกองกำลังของพันธมิตรสามภราดรภาพ เมื่อราว 5 เดือนก่อน ทำให้สถานการณ์ในฉานเหนือค่อนข้างสงบ และไม่ได้มีการสู้รบอย่างรุนแรงเหมือนในเดือนตุลาคม 2023
อย่างไรก็ดี ความน่ากังวลของความสัมพันธ์หลายขั้วในรัฐฉานเหนือคือทุกฝ่ายรวมตัวกันเพื่อผลประโยชน์ ทั้งที่เป็นตัวเงินและผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง ไม่ได้มีวิสัยทัศน์หรือแนวทางร่วม ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นเหมือนเสือกระดาษ ที่มีขึ้นมาเพื่อการหยุดยิงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ไม่มีผลก่อให้เกิดสันติภาพที่แท้จริง
ไม่น่าแปลกใจที่กองกำลังในรัฐฉานเหนือกลับมาสู้รบกับกองทัพพม่าอีกครั้ง โดยไม่สนใจข้อตกลงหยุดยิงที่จีนช่วยเจรจา กองทัพพม่าเริ่มใช้ปฏิบัติการทางอากาศ ทั้งการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินและโดรน ฝ่ายต่อต้านอ้างว่ากองทัพพม่าเริ่มโจมตีพื้นที่ของตนก่อน รายงานข่าวหลายสำนักมองว่าการเปิดฉากโจมตีรัฐฉานเหนือรอบนี้อาจมาจากการสกัดกั้นกองทัพอาระกัน หรือ AA ที่กำลังรุกหนักและทยอยยึดหลายเมืองในรัฐอาระกันได้ หรือเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มสามภราดรภาพอื่นๆ ส่งกำลังไปสนับสนุนกองทัพอาระกันได้นั่นเอง
หลังการสู้รบด้านตะวันออก ฝั่งรัฐกะเหรี่ยง เริ่มลดระดับลง ความขัดแย้งฝั่งตะวันตกในรัฐอาระกันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ฝ่าย SAC และกองทัพพม่ารู้ดีว่ารัฐอาระกันไม่เหมือนกับรัฐกะเหรี่ยง เพราะ AA มีอิทธิพลสูง และกองกำลังต่างๆ ไม่ได้มีวาระที่แตกต่างกันเหมือนกองกำลังของกะเหรี่ยง ดังนั้นการกำราบฝ่ายต่อต้านในรัฐอาระกัน จึงต้องกันไม่ให้กลุ่มพันธมิตรของอาระกันส่งเสบียงหรือกำลังไปเสริมได้
ประเมินกันว่าศึกด้านตะวันตกจะยืดเยื้อ ส่วนหนึ่งเพราะ AA เป็นกองกำลังที่มีสายป่านยาวกว่ากองกำลังอื่นๆ เพราะได้รับการสนับสนุนจากจีน อีกทั้งยังเป็นเจ้าของพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่ทำให้แม้แต่จีนก็ต้องเข้าหาผู้นำ AA อย่างทุน มรัต นาย การเปิดฉากโจมตีรัฐฉานเหนือไม่ได้มีประโยชน์เพื่อการตัดกำลัง AA เท่านั้น แต่ยังเป็นการบีบให้รัฐฉานเหนือจนตรอก โครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนเส้นหลักๆ ถูกโจมตี ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อหนัก จนผู้ประกอบการขนส่งถอดใจ อีกทั้งยังมีมาตรการของ SAC เพื่อสกัดไม่ให้ของอุปโภคบริโภค เช่น น้ำมัน ข้าวสาร น้ำมันเชื้อเพลิง และยารักษาโรคเข้าไปถึงหลายเมืองในรัฐฉานเหนือได้อีก นี่จึงเป็นการบีบกองกำลังของตะอางให้ยอมรับข้อเสนอของ SAC ไปโดยปริยาย
การโจมตีเมืองขนาดกลางและเล็กบางเมืองในรัฐฉานเหนือสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน โดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่สุดในรัฐฉานเหนืออย่างเมืองลาเสี้ยว (Lashio) ที่เดินทางหนีตายออกจากเมือง กลายเป็นภาวะโกลาหลสุดขีด หลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองกำลังของตะอางและโกก้างมีปฏิบัติการโจมตีฐานของกองทัพพม่ารอบๆ เมือง ซึ่งทำให้มีประชาชนเสียชีวิตไปหลายสิบคน เหตุการณ์ความรุนแรงมีทีท่าจะลามไปที่เมืองอื่นๆ อย่างจ๊อกเม และสีป่อ ด้วย ทำให้สมรภูมิรัฐฉานเหนือเป็นพื้นที่ที่น่าจับตามากที่สุดในปัจจุบัน

