หลังต้องเผชิญวิกฤตแห้งแล้งมายาวนานกว่า 5 ปี ขณะนี้ชาวแคลิฟอร์เนียกำลังตั้งรับกับผลกระทบจากพายุที่กำลังจะพัดถล่มในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีความรุนแรงมากที่สุดในรอบหลายสิบปี ทำให้หวั่นเกรงว่าอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่

แม้ก่อนหน้าที่พายุจะพัดถล่ม ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักยังทำให้เมืองต่างๆ ตั้งแต่ลอสแองเจลิสไปจนถึงซานฟรานซิสโกเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ทั้งนี้คาดว่าฝนจะตกลงมามากถึงราว 2-6 นิ้วตามแนวชายฝั่งทะเล และตกหนัก 5-10 นิ้วตามพื้นที่เชิงเขาและแนวเขาตลอดชายฝั่งทะเล

นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปรากฎการณ์ดังกล่าวนี้เป็นดังระเบิดของสภาพอากาศเพราะเป็นพายุไซโคลนฤดูร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ซึ่งมีความกดอากาศต่ำ โดยพายุที่พัดถล่มพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียในครั้งนี้จะมีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 6 ปี หรืออาจมากที่สุดในรอบ 22 ปี นับย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2538 และน่าจะรุนแรงที่สุดในฤดูกาลนี้ด้วย

กระแสลมที่แรงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงยังทำให้เกิดคลื่นสูงตลอดแนวชายฝั่ง ต้นไม้หักโค่นทับบ้านเรือนและรถยนต์ได้รับความเสียหาย โดยฝนที่ตกลงมาในสัปดาห์หน้าน่าจะมีปริมาณมากถึง 10 ล้านล้านแกลอน จนถึงขณะนี้มีการยกเลิกเที่ยวบินและยังทำให้เที่ยวบินล่าช้าแล้วหลายร้อยเที่ยวบิน และยังมีการแนะนำให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงในหลายจุดแล้ว

อย่างไรก็ดียังดีที่พายุครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบกับปริมาณน้ำในเขื่อนออโรวิลล์ ซึ่งทางน้ำล้นได้รับความเสียหายจนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ใต้เขื่อนกว่า 2 แสนคนอพยพออกจากบ้านเรือนมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้

