สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา พยายามที่จะทิ้งเดือนแรกของการดำรงตำแหน่งที่วุ่นวายไว้เบื้องหลัง โดยแสดงตนเป็นผู้สนับสนุนการสร้างงานและส่งเสริมอุตสาหกรรมของสหรัฐ ในระหว่างการเดินทางเยือนสำนักงานของโบอิ้ง บริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน ในเมืองนอร์ทชาร์ลส์ตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เพื่อริเริ่มโครงการที่ได้ประกาศไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ว่าจะส่งเสริมการสร้างงานและสนับสนุนอุตสาหกรรมของอเมริกา
“ในฐานะประธานาธิบดีของคุณ ผมจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ ผมจะปลดปล่อยพลังแห่งจิตวิญญาณอเมริกันและทำให้ประชาชนที่ยิ่งใหญ่ของเรากลับมามีงานทำอีกครั้ง” นายทรัมป์กล่าว และว่า “นี่เป็นมนตราของเรา ‘ซื้อสินค้าอเมริกันและจ้างคนอเมริกัน’ เราต้องการผลิตภัณฑ์ที่ ‘เมด อิน อเมริกา’ ผลิตโดยคนอเมริกัน และให้สัญญาว่าเราจะค่อยๆ ยกเลิกการนำเข้า”
ทั้งนี้ ในระหว่างการหาเสียง นายทรัมป์ใช้ประโยชน์จากความยากลำบากของคนงานชาวอเมริกันมาเป็นจุดเรียกคะแนนให้ตนเอง โดยแม้อัตราว่างงานจะต่ำมากอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์และเงินค่าแรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง แต่จากสาเหตุ 3 ประการประกอบกัน ทั้งภาคอุตสาหกรรมถดถอย โลกาภิวัตน์ และการใช้เครื่องจักรทำงานแทนคน นับว่าส่งผลกระทบต่อพื้นที่หัวใจสำคัญของภาคอุตสาหกรรมสหรัฐอย่างรุนแรง
นายทรัมป์ให้สัญญาว่าจะใช้ไหวพริบทางธุรกิจแก้ปัญหานี้ ด้วยการฉีกข้อตกลงการค้าที่เลวร้ายทิ้ง และปรับขึ้นกำแพงภาษีนำเข้า นอกจากนี้ยังให้สัญญาด้วยว่าจะกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงต่อบริษัทที่นำความรู้เชิงขั้นตอน หรือ “โนว์ฮาว” ออกไปใช้ในการผลิตสินค้านอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า เรื่องนี้อาจเป็นชัยชนะทางการเมือง แต่ไม่น่าจะได้ผลทางเศรษฐกิจ โดยนักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการใช้วิธีแบบศตวรรษที่ 20 แก้ปัญหาของศตวรรษที่ 21

