เจ.ดี. แวนซ์ คู่ชิงทรัมป์ ขึ้นเวทีปลุกคนรากหญ้า โจมตี ‘ไบเดน’ พวกอำมาตย์
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ตามเวลาในสหรัฐ นาย เจ.ดี. แวนซ์ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐและคู่ชิงรองประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน วัย 39 ปี กล่าวถ้อยแถลงในเวทีการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน โดยเขาได้แนะนำตัวเองต่อสาธารณชนชาวอเมริกันว่า เขาเป็นลูกหลานจากเมืองอุตสาหกรรมชายขอบมิดเดิลทาวน์ ในรัฐโอไฮโอ และหากเขาชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนั้น เขาจะต่อสู้เพื่อคนชนชั้นแรงงาน
“ผมเติบโตในเมืองเล็กๆ ที่ผู้คนพูดตามที่คิด สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง รักพระเจ้า รักครอบครัว รักชุมชน และประเทศด้วยใจจริง แต่บ้านเกิดของเขากลับเป็นเมืองชายขอบที่ถูกหมางเมินโดยชนชั้นปกครองของสหรัฐในวอชิงตัน” แวนซ์ได้กล่าว
แวนซ์ยังเล่าเรื่องราวในวัยเยาว์ของเขาว่า เขามีช่วงเวลาวัยเด็กที่ยากลำบาก จึงทำให้เขาเข้าใจความยากลำบากของประชาชนเป็นอย่างดี และเขาได้เข้าร่วมหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยด้านนิติศาสตร์ มีประสบการณ์ด้านการลงทุน และในท้ายที่สุดเป็นสมาชิกวุฒิสภาของรัฐสภา พร้อมกับโจมตีกลุ่มอำมาตย์อย่างนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐว่า ต้องรับผิดชอบในเรื่องนโยบายทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และสงครามในต่างประเทศที่ทำร้ายผู้คนในชุมชนอย่างบ้านเมืองของเขา อีกทั้งเขายังเรียกร้องการกลับมาของประเทศที่ “เด็กชายจากชนชั้นแรงงานที่ห่างไกลจากอำนาจ สามารถที่จะยืนบนเวทีนี้ได้”
แม้ว่าในช่วงแรกที่แวนซ์เริ่มเล่นการเมืองนั้น เขาได้โจมตีทรัมป์ไว้อย่างมาก แต่ในปัจจุบันเขากล่าวว่า “วิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นเข้าใจได้ง่าย พรรครีพับลิกันจะไม่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนที่วอลล์สตรีท และจะมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชนชั้นแรงงาน โดยพรรครีพับลิกันจะไม่จ้างแรงงานต่างชาติและจะต่อสู้เพื่อคนอเมริกัน” และ “เป็นเวลาร่วมสิบปีแล้วที่ความไม่เท่าเทียมระหว่างกลุ่มคนที่มีอำนาจและอยู่ดีกินดีกับพวกเรานั้นเพิ่มมากขึ้น” พร้อมกับโจมตีจีนในเรื่องวิกฤตยาเฟนทานิล และการส่งออกสินค้าราคาถูกมายังสหรัฐ
อีกทั้งแวนซ์ยังสนับสนุนนโยบายการจำกัดปริมาณสินค้านำเข้าเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และการทำลายพฤติกรรมการเอื้อผลประโยชน์ภายในกลุ่มนายทุนเอง ซึ่งแตกต่างไปจากนโยบายดั้งเดิมของพรรครีพับลิกัน
ขณะเดียวกันแวนซ์ต่อต้านการให้ความช่วยเหลือทางด้านการทหารกับยูเครน และปกป้องการกระทำของทรัมป์หลังจากพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 แก่ไบเดน
แวนซ์ยังแนะนำสาธารณชนให้รู้จักกับเบเวอร์ลี่ มารดาของเขา ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและเคยเผชิญกับอุปสรรคด้านการเงิน และการติดสารเสพติด ว่า “เธอเป็นหญิงชราคนหนึ่งที่แทบจะเดินไม่ได้แล้ว แต่เธอเข้มแข็งมาก” ซึ่งผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมโต้ตอบกับแวนซ์ ด้วยการร่วมเปล่งเสียงว่า “แม่ของเจ.ดี.”
ความเยาว์วัยและความนิยมของแวนซ์มีอิทธิพลอย่างมากที่จะช่วยทำให้ทรัมป์สามารถที่จะคว้าชัยชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 ได้ เขามีกำหนดการที่จะเดินทางไปที่รัฐมิชิแกน เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน พื้นที่รัสต์เบลท์ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมในอดีต ทั้งยังเป็นรัฐสวิงสเตทซึ่งมีอิทธิผลต่อผลการเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้
ในขณะที่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐและตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จำเป็นต้องงดการรณรงค์หาเสียงชั่วคราวหลังจากที่เขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ท่ามกลางความกังวลของพรรคเดโมแครตในเรื่องความสามารถทางกายภาพของเขา
ด้านทรัมป์หลังจากที่ถูกลอบสังหารเพียงไม่กี่วัน เขาขึ้นเวทีหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม โดยมีเพลง It’s a Man’s Man’s Man’s World ของเจมส์ บราวน์ เป็นพื้นหลัง พร้อมกล่าว “ขอบคุณ” ต่อสาธารณชน

