นักการเมืองระดับสูงของรีพับลิกันเรียกร้องหัวหน้าของกรมกิจการลับสหรัฐลาออก หลังล้มเหลวรักษาความปลอดภัยทรัมป์ สภาผู้แทนเริ่มไต่สวนสัปดาห์หน้า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมว่า บรรดาสมาชิกระดับสูงของพรรครีพับลิกัน เรียกร้องให้หัวหน้ากรมกิจการลับสหรัฐลาออก หลังจากเกิดความพยายามลอบสังหาร อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยสภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มการสอบสวนร่วมกันของคณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และคณะกรรมการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ เกี่ยวกับความล้มเหลวของหน่วยรักษาความปลอดภัยภายใต้ของกรมกิจการลับ
โดย ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ หรือสภาคองเกรส กล่าวว่า สภาล่างจะเปิดตัวหน่วยงานเฉพาะกิจ ที่มีสมาชิกจากทั้งพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน โดยจะมีอำนาจในการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์พยายามลอบสังหารทรัมป์มาให้คำตอบต่อสภา
“จะมีทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตเข้าร่วมเพื่อลงลึกถึงแก่นของเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่ชาวอเมริกันจะได้รับคำตอบที่พวกเขาสมควรได้รับ” จอห์นสันกล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์
“ใครก็ตามที่ตัดสินใจไม่ปิดอาคารหลังนั้น รู้ไหมว่านั่นอาจเป็นข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดในเรื่องนี้ (ความพยายามลอบสังหารทรัมป์)” ทางมาร์ก กรีน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน และเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวทางฟ็อกซ์นิวส์เช่นกัน
ขณะที่สมาชิกวุฒิสภา มิทช์ แม็กคอนเนลล์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันอาวุโส แสดงความเห็นบนโซเชียลมีเดียว่า “ผู้นำคนใหม่ของกรมกิจการลับสหรัฐจะเป็นก้าวสำคัญ”
ทั้งนี้ ในวันที่ 16 กรกฎาคม คิมเบอร์ลี ชีทเทิล ผู้อำนวยการกรมกิจการลับสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ว่าเธอจะไม่ลาออก โดยชีทเทิลมีกำหนดเข้าให้การเป็นพยานในสัปดาห์หน้า ในการพิจารณาคดีแยกกันต่อหน้าคณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
โดยเหตุลอบยิง เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ทำให้ทรัมป์ได้รับบาดเจ็บที่หู ผู้เข้าร่วมชุมนุมเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย โดยมือปืนวัย 20 ปี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยิงเสียชีวิต ได้ยิงจากบนหลังคาห่างจากเวทีที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ไปประมาณ 140 เมตร

