หน้าแรก ต่างประเทศ จนท.รับเห็นพิ...

จนท.รับเห็นพิรุธมือปืนลอบสังหารทรัมป์ก่อนลงมือ เป็น ‘บุคคลต้องสงสัย’ แต่หายไปในฝูงชน

18.07.24 | 17:11 น.

จนท.รับเห็นพิรุธมือปืนลอบสังหารทรัมป์ก่อนลงมือ เป็น ‘บุคคลต้องสงสัย’ แต่หายไปในฝูงชน

ในการให้ปากคำกับฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐ หน่วยสืบราชการลับที่ให้การดูแลความปลอดภัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันเกิดเหตุลอบสังหารรับว่า โทมัส แมทธิว ครุกส์ วัย 20 ปี ชาวเมืองเบเธล พาร์ค รัฐเพนซิลเวเนีย มือปืนถูกระบุตัวว่าเป็นบุคคลต้องสงสัยก่อนที่จะลงมือก่อเหตุยิงทรัมป์นานถึง 1 ชั่วโมง แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงมือทำอะไร ครุกส์ก็หายไปในฝูงชนแล้ว

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายซึ่งรวมถึงหน่วยสืบราชการลับได้ไปบรรยายสรุปแบบปิดกับทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยจอห์น บาร์ราสโซ วุฒิสมาชิกรัฐไวโอมิง กล่าวว่า หน่วยสืบราชการลับแจ้งว่า พวกเขาพบเห็นคนร้ายก่อนเกิดเหตุ เขาถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยเพราะมีกล้องวัดระยะและสะพายกระเป๋าเป้ แต่กลับคลาดสายตากับคนร้ายไปนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่เหตุกราดยิงจะเกิดขึ้น ทั้งที่ในช่วงเวลานั้น ไม่ควรจะปล่อยให้บุคคลดังกล่าวหายไป

การบรรยายสรุปยังทำให้ทราบว่า ครุกส์ได้ไปยังเวทีหาเสียงในเมืองบัตเลอร์อย่างน้อย 1 ครั้งในวันก่อนที่จะเกิดความพยายามลอบสังหาร และเคยค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการของโรคซึมเศร้าทางโทรศัพท์ มือปืนยังเคยค้นหาภาพของทรัมป์และประธานาธิบดีโจ ไบเดนด้วย ด้านเดน เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) ยังแจ้งด้วยว่า ได้มีการสอบปากคำผู้คนไปแล้วมากกว่า 200 ครั้ง และมีการตรวจสอบรูปภาพมากกว่า 14,000 รูป

วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันหลายคนวิพากษ์วิจารณ์การขาดความโปร่งใสของทีมสอบสวน และแสดงความไม่พอใจที่มีการปล่อยให้ทรัมป์ชึ้นไปบนเวทีปราศรัย แม้ว่าจะมีการระบุได้ถึงภัยคุกคามแล้วก็ตาม มาร์ซา แบล็กเบิร์น วุฒิสมาชิกจากรัฐเทนเนสซี โพสต์บน X ว่า เธอรู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่า หน่วยสืบราชการลับรู้ถึงภัยคุกคามก่อนที่ทรัมป์จะเดินขึ้นไปบนเวที

Advertisement

ซีบีเอสรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนว่า ทีมยุทธวิธีในพื้นที่ได้เข้าประจำการเพื่อช่วยเหลือหน่วยสืบราชการลับสามารถถ่ายภาพมือปืนที่กำลังมองผ่านกล้องวัดระยะ ทำให้รีบวิทยุไปยังศูนย์บัญชาการเพื่อรายงานสิ่งที่พบทันที ขณะที่เอบีซีนิวส์และสื่ออื่นๆ รายงานว่า มือปืนถูกพบเห็นอีกครั้งบนหลังคาของอาคารแห่งหนึ่ง 20 นาทีก่อนที่การยิงจะเริ่มขึ้น เขาถูกสังหารโดยหน่วยซุ่มยิงของหน่วยสืบราชการลับภายใน 26 วินาทีหลังจากเปิดฉากยิงใส่ทรัมป์

วุฒิสมาชิกหลายคนได้เรียกร้องให้คิมเบอร์ลี ชีเทิล ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับลาออก จากความล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยร้ายแรง และขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับความพยายามในการลอบสังหารทรัมป์ นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า ประเทศสมควรทีจะได้คำตอบและความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงผู้นำหน่วยสืบราชการลับจะเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ทิศทางดังกล่าว

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่ได้รับฟังการบรรยายสรุปในเรื่องเดียวกันก็เรียกร้องให้ซีเทิลลาออกด้วย ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า เขาวางแผนที่จะเปิดการสอบสวนในสภาเพื่อจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อให้ชาวอเมริกันได้รับคำตอบที่พวกเขาสมควรได้รับ

ขณะที่ซีเทิลซึ่งมีประสบการณ์การทำงานในหน่วยสืบราชการลับมานาน 27 ปี กล่าวว่า หน่วยงานต้องอาศัยตำรวจท้องที่ในการรักษาความปลอดภัยของอาคารที่มือปืนขึ้นไปก่อเหตุบนหลังคา ด้านผู้บริหารท้องถิ่นเมืองบัตเลอร์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายหนึ่งเผชิญหน้ากับมือปืนบนหลังคาก่อนเกิดเหตุกราดยิง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามค้นหาตัวบุคคลต้องสงสัย โดยเขาถูกเพื่อนร่วมงานยกตัวขึ้นไปบนหลังคา ซึ่งผู้ต้องสงสัยได้ชี้ปืนตรงมาที่เขา ด้วยความที่ไม่มีอะไรป้องกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องปล่อยตัวลงกับพื้น และรีบแจ้งเตือนคนอื่นๆ จากนั้นสักพักก็เกิดการยิงขึ้น