ประท้วงใหญ่บังกลาเทศต้านโควต้างานลาม ทำระบบสื่อสารล่ม ยอดดับพุ่ง 39 ราย
เหตุประท้วงของนักศึกษาต่อต้านการกำหนดโควต้ารับผู้เข้าทำงานภาครัฐในบังกลาเทศที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวันซึ่งรุนแรงขึ้นและลุกลามบานปลาย ส่งผลให้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ระบบโทรคมนาคมและสถานีโทรทัศน์หลายช่องต้องไม่สามารถใช้งานได้
ล่าสุดเอเอฟพีรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้เพิ่มเป็น 39 รายแล้ว ขณะที่รอยเตอร์ระบุว่ายังคงไม่สามารถที่จะตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นได้ โดยก่อนหน้านี้รอยเตอร์ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่ 13 รายเท่านั้น
หนังสือพิมพ์ Economic Times ของอินเดียรายงานว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชีค ฮาซินา ถูกบีบให้ต้องเรียกกองทัพเข้ามาช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยในกลางดึกของวันพฤหัสบดี ซึ่งรอยเตอร์ระบุว่า ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลในเรื่องดังกล่าวได้
ผู้ที่อยู่ในกรุงธากาของบังกลาเทศและกรุงนิวเดลีของอินเดียบอกกับรอยเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่ได้ตัดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บางส่วนในวันที่ 18 กรกฎาคม ในความพยายามที่จะระงับเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่การหยุดชะงักดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศในเช้าวันที่ 19 กรกฎาคม โดยโทรศัพท์จากต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถเชื่อมสัญญานได้ และไม่สามารถโทรผ่านอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย
เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ในบังกลาเทศหลายฉบับไม่ได้อัปเดตข้อมูลใดๆ ในช่วงเช้าวันศุกร์ ขณะที่โซเชียลมีเดียของหนังสือพิมพ์เหล่านั้นก็ใช้งานไม่ได้เช่นกัน
ขณะนี้มีเพียงโทรศัพท์บางสายเท่านั้นที่ใช้การได้ แต่มือถือหรือบรอดแบนด์ไม่สามารถใช้งานได้ในเช้าวันศุกร์ แม้แต่การส่ง SMS หรือข้อความระหว่างมือถือก็ยังไม่สามารถใช้งานได้เช่นกัน สถานีโทรทัศน์ BTV ของรัฐก็หยุดออกอากาศ แต่ช่องข่าวด้านบันเทิงยังคงเผยแพร่ได้ตามปกติ ส่วนช่องข่าวบางช่องแสดงข้อความว่า ไม่สามารถออกอากาศได้เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิค และรายการจะกลับมาอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ถนนในกรุงธาการ้างไร้ผู้คนเช่นเดียวกัน เพราะวันศุกร์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ในบังกลาเทศ
ความปั่นป่วนทั่วประเทศบังกลาเทศในสัปดาห์นี้ ถือเป็นความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ฮาซินาได้รับเลือกอีกครั้งเมื่อต้นปีนี้ มีสาเหตุมาจากการว่างงานของเยาวชนที่พุ่งสูง โดยเกือบ 1 ใน 5 ของประชากรบังกลาเทศ 170 ล้านคนไม่มีงานทำหรือไม่ได้เรียนหนังสือ
ผู้ประท้วงเรียกร้องให้รัฐหยุดจัดสรรโควต้าการเข้ารับราชการ 30% ให้กับครอบครัวของผู้ที่ต่อสู้ในสงครามประกาศเอกราชจากปากีสถานเมื่อปี 2514
ก่อนหน้านี้ในปี 2561 รัฐบาลของฮาซินาได้ยกเลิกระบบโควตาดังกล่าว แต่ศาลสูงได้คืนสถานะให้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน ขณะที่ศาลฎีกาสั่งระงับคำสั่งศาลสูง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ของรัฐบาล ซึ่งกำหนดจะมีการรับฟังคำอุทธรณ์ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้

