‘ทรัมป์’ ปราศรัยแรกหลังถูกลอบฆ่า ลั่นพระเจ้าอยู่เคียงข้าง พร้อมเป็น ปธน.ของทุกคน
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ตัวแทนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงบนเวทีการประชุมใหญ่พรรคริพับลิกัน ที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน เป็นครั้งแรกหลังจากเหตุการณ์ถูกลอบสังหาร โดยเขาใช้เวลาไปมากกว่า 90 นาที จึงทำให้การกล่าวถ้อยแถลงในครั้งนี้เป็นการกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีการประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์
ทรัมป์ได้ตอบรับการถูกเสนอชื่อเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ และเขาเชื่อว่าเขาจะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น โดยเขาได้ให้คำมั่นสัญญาว่าเขาจะ “เป็นประธานาธิบดีสำหรับคนอเมริกันทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่ฝ่ายที่ลงคะแนนให้เขาเท่านั้น” และกล่าวว่า “พวกเราจะเริ่มยุคใหม่แห่งความปลอดภัย ความเจริญรุ่งเรือง และอิสรภาพของทุกเชื้อชาติ ศาสนา คนทุกสีผิว และความเชื่อ”
บทเวที ทรัมป์ยังเปิดใจหลังจากเหตุการณ์ถูกลอบสังหารว่า เขารู้โดยทันทีว่าเขากำลังถูกโจมตี อย่างไรก็ดี เขารู้สึกปลอดภัยเพราะพระเจ้าอยู่ข้างเขา และยังกล่าวเชิญชวนสาธารณชนให้ยืนอย่างสงบเพื่อไว้อาลัยแก่ คอเรย์ คอมเพอราโทเร (Corey Comperatore) นักดับเพลิงวัย 50 ปี ผู้เป็นเหยื่อจากการถูกลอบสังหารในครั้งนี้อีกด้วย
ในช่วงหนึ่งของการกล่าวถ้อยแถลง ทรัมป์กล่าวถึงเรื่องที่เขาชูกำปั้นขึ้นมาแล้วพูดว่า “สู้” โดยมีภาพที่เขาเลือดอาบหน้าและธงชาติสหรัฐเป็นพื้นหลัง ซึ่งทำให้สาธารณชนพร้อมใจกันตะโกนว่า “สู้ สู้ สู้” เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทรัมป์พูดต่อหน้าสาธารณชนว่าเขา “ไม่ควรยืนอยู่ตรงนี้แล้ว” มีเสียงตอบรับกลับไปว่า “ไม่ใช่ คุณต้องอยู่”
ทรัมป์กล่าวด้วยว่าสหรัฐไม่ควรที่จะปฏิบัติราวกับว่า ความเห็นต่างทางการเมืองนั้นเปรียบเสมือนกับอาชญากรรม และระบุว่าเขาไม่ใช่ภัยต่อระบอบประชาธิปไตยเหมือนที่พรรคฝ่ายตรงข้ามโจมตี แต่เขากำลัง “ปกป้องระบอบประชาธิปไตยสำหรับชาวอเมริกัน” และ “ความขัดแย้งและความแตกแยกจำเป็นต้องถูกรักษา”
ทรัมป์ยังกล่าวโจมตีนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันและคู่แข่งลงสมัครชิงตำแหน่งในปีนี้ด้วยว่า พรรคริพับลิกันจำเป็นต้องกอบกู้สหรัฐจากการเป็นผู้นำที่ล้มเหลวของไบเดน พร้อมทั้งกล่าวโทษรัฐบาลปัจจุบันในเรื่องเงินเฟ้อ จำนวนผู้อพยพซึ่งเป็นวิกฤต และความขัดแย้งในต่างประเทศ และยังชี้ว่าไบเดนจะเป็นต้นเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งตัวนายทรัมป์เองนั้นระบุว่า “เขาสามารถยุติสงครามได้เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์เท่านั้น”
นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ในเรื่องนโยบายภายในประเทศว่า เขาจะทำเป้าหมายของเขาในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกให้สำเร็จ และกล่าวว่า “พวกเราจำเป็นต้องยุติการรุกรานจากผู้อพยพมาที่สหรัฐ” สำหรับด้านการต่างประเทศ ทรัมป์เรียกไวรัสโคโรนา-19 ว่า “ไวรัสจีน” ด้วย
ทรัมป์กล่าวปิดท้ายถ้อยแถลงของเขาว่า “สำหรับหญิงและชายที่ถูกเพิกเฉยและถูกละทิ้ง พวกคุณจะไม่ถูกลืมอีกต่อไป”

