ผอ.หน่วยสืบราชการลับสหรัฐยอมรับ ล้มเหลวภารกิจปกป้องทรัมป์ ยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คิมเบอร์ลี ชีเทิล ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าตำรวจลับที่คอยอารักขาประธานาธิบดีและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ยอมรับเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมว่า ทางหน่วยงานล้มเหลวในภารกิจขัดขวางความพยายามในการลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้เป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันในการลงชิงชัยในการเลือกตั้งสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ชีเทิลยืนกรานว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง
ชีเทิลกล่าวระหว่างรับฟังการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับดูแลและความรับผิดชอบของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐว่า ภารกิจใหญ่ของทางหน่วยสืบราชการลับคือการปกป้องผู้นำประเทศของเรา เราทำภารกิจนั้นล้มเหลวในวันที่ 13 กรกฎาคม ในฐานะผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับ ตนขอรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยที่ผิดพลาด ชีเทิลกล่าวอีกว่าการยิงลอบสังหารทรัมป์เป็นความล้มเหลวในการปฏิบัติการของหน่วยตำรวจลับครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี และทางหน่วยงานจะทำทุกวิถีทางไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก
ทรัมป์ถูกยิงลอบสังหารระหว่างขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บที่หูขวา และมีผู้ฟังการปราศรัยเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่มือปืนวัย 20 ปีที่ยิงจากหลังคาอาคารใกล้เคียงพื้นที่หาเสียงถูกหน่วยสไนเปอร์ของตำรวจลับสหรัฐยิงเสียชีวิตหลังเปิดฉากยิงกระสุนนัดแรกไม่ถึง 30 วินาที แต่จนถึงตอนนี้ทีมสืบสวนยังไม่สามารถระบุมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุได้
นายเจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมการของพรรครีพับลิกันกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้และเชื่อว่าชีเทิลควรลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่นายเจมี ราสกิน ผู้นำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมการดังกล่าวเห็นด้วยเช่นกันว่าชีเทิลควรลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับเชื่อว่าชีเทิลสูญเสียความเชื่อมั่นในสภาคองเกรส
อย่างไรก็ตาม ชีเทิลได้ปฏิเสธการเรียกร้องให้เธอลาออกจากตำแหน่งโดยกล่าวว่า เธอยังคิดว่าเธอเป็นคนที่ดีที่สุดในการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับในเวลานี้ เธอกล่าวอีกว่า ทางหน่วยงานได้รับแจ้งถึงบุคคลต้องสงสัยราว 2-5 ครั้งก่อนหน้าการเกิดเหตุ แต่ในตอนนั้นผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกระบุว่าเป็นภัยคุกคาม และมีการส่งทีมเจ้าหน้าที่ไประบุตัวตนและสอบถามผู้ต้องสงสัยแต่หาไม่เจอก่อนที่จะมีการเปิดฉากยิงลอบสังหารทรัมป์
ชีเทิลเคยทำงานในหน่วยสืบราชการลับมานาน 27 ปี ก่อนที่จะลาออกจากตำแหน่งในปี 2021 เพื่อเป็นหัวหน้าหน่วยความปลอดภัยในภูมิภาคอเมริกาเหนือของบริษัท PepsiCo ก่อนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนจะแต่งตั้งให้เธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับในปี 2022

