สเปนประท้วงต่อต้านนักท่องเที่ยว หลังทำราคาที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านนักท่องเที่ยวหลายพันคนออกมาประท้วงที่เมืองปัลมา เด มายอร์กา ในสเปน
โดยบรรดานักเคลื่อนไหวต่อต้านนักท่องเที่ยวในสเปน ได้จัดการประท้วงหลายครั้งในปีนี้ที่บาร์เซโลนา และสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอื่นๆ เช่น ปัลมา เด มายอร์กา มาลากา และหมู่เกาะคานารี โดยอ้างว่านักท่องเที่ยวทำให้ราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้น และทำให้ผู้อยู่อาศัยไม่สามารถจ่ายค่าที่อยู่อาศัยในใจกลางเมืองได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนสนับสนุนการเดินขบวนดังกล่าว ในขณะที่บางส่วนดูไม่สบายใจ ต่อท่าทีของคนท้องถิ่นที่มีต่อนักท่องเที่ยว
บาทหลวงโจอัน เฟเมเนีย ผู้จัดการประท้วงที่มายอร์กาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ผู้ประท้วงต้องการให้มีนักท่องเที่ยวบนเกาะน้อยลง
“การท่องเที่ยวแบบกลุ่มทำให้คนในท้องถิ่น ซึ่งไม่มีเงินพอ ลำบากที่จะจ่ายค่าอยู่อาศัยบนเกาะของตัวเอง เพราะราคาห้องพักที่ให้เช่าสูงขึ้น นักท่องเที่ยวทำให้ชายหาดเต็มไปหมด และทำให้บริการสาธารณะต้องทำงานหนักในช่วงฤดูร้อน” บาทหลวงเฟเมเนียกล่าว และว่า “เราต้องการลดปริมาณนักท่องเที่ยว และห้ามผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ซื้อบ้านที่ใช้เพียงไม่กี่เดือนในช่วงปีหรือเป็นการซื้อเพื่อการเก็งกำไร”
ทั้งนี้ ตำรวจเผยว่ามีผู้ประท้วงประมาณ 10,000 คนเข้าร่วมการชุมนุมที่มายอร์กา
ด้านสถาบันสถิติแห่งชาติของสเปนเปิดเผยว่า หมู่เกาะแบลีแอริก เป็นภูมิภาคที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองของสเปนสำหรับนักท่องเที่ยวในปีที่แล้ว รองจากคาตาลัน โดยหมู่เกาะแบลีแอริกดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ 14.4 ล้านคน การท่องเที่ยวสร้างรายได้ 45% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีของประเทศสเปน ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนสเปน 16.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

