หวั่นสถานการณ์ไม่มั่นคง มาครง ยัน ยังไม่ตั้งนายกฯ คนใหม่ จนกว่าจะจบโอลิมปิก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า รัฐบาลจากพรรคของมาครง จะอยู่ในตำแหน่งรัฐบาลรักษาการจนถึงกลางเดือนสิงหาคม ในช่วงระหว่างที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยปฏิเสธความพยายามของกลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้ายที่ต้องการให้มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่
หลังจากที่พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายทั้ง 4 พรรคในรัฐสภาฝรั่งเศส ซึ่งประกอบไปด้วยพรรคซ้ายจัดอย่าง France Unbowed พรรคสังคมนิยม พรรคกรีน และพรรคคอมมิวนิสต์ ได้ถกเถียงกันมาหลายสัปดาห์ว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกรัฐมนตรี แนวร่วมประชาชนใหม่ฝ่ายซ้ายของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายที่ได้รับที่นั่งในรัฐสภามากที่สุดในการเลือกตั้ง แต่ยังไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้ ทำการเสนอชื่อ ลูซี กาสเตส์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและการจัดซื้อที่ศาลากลางกรุงปารีส ให้เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
โดยกาสเตส์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมทางการเงิน ในปี 2013 เธอสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียน Ecole Nationale d’Administration ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับข้าราชการชั้นสูงชำนาญการของฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามเธอไม่มีพื้นฐานในด้านการเมืองแต่อย่างใด
เมื่อถูกถามถึงกาสเตส์ ซึ่งเป็นชื่อที่สาธารณชนไม่รู้จัก ทางประธานาธิบดีมาครงให้สัมภาษณ์ทางทีวีว่า “มันไม่ใช่ประเด็น ชื่อไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือพรรคไหนที่จะครองเสียงส่วนมากในสภาสมัชชาแห่งชาติได้” มาครงกล่าวเสริมว่า “จนกว่าจะถึงกลางเดือนสิงหาคม เราจะไม่อยู่ในสถานะที่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะจะทำให้เกิดความไม่มั่นคง”
ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีส ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม ถึงวันที่ 11 สิงหาคม ถือเป็นความท้าทายด้านการขนส่งและความปลอดภัยที่สำคัญสำหรับฝรั่งเศส เนื่องจากมีสถานที่จัดการแข่งขัน 35 แห่ง และมีนักกีฬาประมาณ 10,500 คน มาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้
โดยฝรั่งเศสอยู่ในภาวะหลังการเลือกตั้งที่รัฐสภาไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป และไม่มีพรรคการเมืองใดครองที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งได้ ทำให้ในตอนนี้สภาล่างฝรั่งเศสได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
พรรคร่วมฝ่ายซ้ายพยายามเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพื่อสืบทอดตำแหน่งต่อจาก กาเบรียล อัตตาล นายกรัฐมนตรีจากพรรคสายกลางที่กำลังรักษาการอยู่ และกำลังจะพ้นตำแหน่ง แต่พรรคร่วมฝ่ายซ้ายก็ปฏิเสธที่จะทำข้อตกลงกับกลุ่มการเมืองอื่นๆ ทำให้ไม่มีที่นั่งเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้
โดยตามรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศส ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้ายจึงไม่มีทางบีบให้มาครงตัดสินใจได้ ประธานาธิบดีจึงเรียกร้องให้พรรคการเมือง และกลุ่มการเมืองต่างๆ ร่วมมือกันจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรที่กว้างขวางขึ้น ความเป็นไปได้ของการตั้งรัฐบาลผสมขึ้น
อย่างไรก็ตามรัฐบาลชุดรักษาการที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง แม้จะยังคงหน้าที่เป็นผู้ดูแล ดำเนินกิจการบริหารต่างๆ ในแต่ละวัน แต่ก็ไม่สามารถออกกฎหมายใหม่ๆ ได้

