คอลัมน์ Think Tank: ยุทธศาสตร์การค้าที่ล้มเหลวของทรัมป์

20.02.17 | 18:00 น.
AFP PHOTO / NICHOLAS KAMM

การปฏิเสธข้อตกลงการค้าแบบพหุภาคีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา และเลือกที่จะหันไปเจรจาบรรลุข้อตกลงทวิภาคีแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับประเทศต่างๆ เป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าของสหรัฐระบุว่า “สามารถทำนายล่วงหน้าได้เลยว่าล้มเหลว”

เจฟฟรีย์ สก็อตต์ แห่งสถาบันด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน บอกว่าข้อติติงของทรัมป์ที่ระบุว่า สหรัฐเป็นฝ่ายยอมมากเกินไปในความตกลงยุทธศาสตร์การค้าภาคพื้นแปซิฟิก หรือทีพีพี ที่เขาฉีกทิ้งทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ตรงกันข้ามกับหลักฐานที่ปรากฏออกมา

ผลการศึกษาของสถาบันปีเตอร์สันพบว่า ผลประโยชน์ที่สหรัฐจะได้รับจากทีพีพี ประเมินแล้วอยู่ที่มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนหน้าปี ค.ศ.2030

สก็อตต์ระบุว่า ในขณะที่ทีพีพีสามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขได้ แต่ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ยินยอมเป็นฝ่ายให้เงื่อนไขมากเท่ากับที่สหรัฐต้องการในการเจรจาทวิภาคี เนื่องจากมองว่าตลาดสหรัฐเปิดกว้างในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

“ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของทรัมป์ที่มีต่อทีพีพีนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง และยุทธศาสตร์การเจรจาแบบทวิภาคีที่จะนำมาใช้แทนก็มีข้อบกพร่องที่สามารถทำนายได้เลยว่าจะล้มเหลว”

Advertisement

นักเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศเตือนด้วยว่า ค่าชดเชยที่สหรัฐอเมริกาต้องจ่ายในการถอนตัวจากเอเชียคือการสูญเสียอำนาจอิทธิพลในภูมิภาคให้กับจีน

“อิทธิพลของจีนที่มีต่อภูมิภาคนี้จะแผ่ขยายเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว” อิล ซากง อดีตรัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้และผู้อำนวยการสถาบันเศรษฐกิจโลกในกรุงโซลบอก

เฟรด เบิร์กสเตน อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐผู้ก่อตั้งสถาบันปีเตอร์สัน บอกว่า สหรัฐไม่สามารถทิ้งเอเชียไปเฉยๆ และปล่อยให้จีนแผ่ขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้ได้

สก็อตต์ระบุว่า ทีพีพีที่เป็นข้อตกลงของ 12 ประเทศสามารถเจรจาได้เงื่อนไขดีที่สุดที่แต่ละประเทศซึ่งเข้าร่วมจะยินยอมได้มากกว่าที่เป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นในข้อตกลงทวิภาคี

สก็อตต์แนะนำว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์ควรจะ “ไปให้ไกลกว่าเดิม” และเจรจาข้อตกลงการค้าระดับภูมิภาคที่ใหญ่ขึ้น โดยพัฒนาเงื่อนไขในบางเรื่อง ซึ่งรวมถึงการบังคับใช้กฎระเบียบในเรื่องการแทรกแซงค่าเงินอันเป็นประเด็นที่ทรัมป์และทีมที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของเขาแสดงความกังวลออกมาบ่อยครั้ง

เขาแนะนำว่า ให้เพิ่มเกาหลีใต้ โคลอมเบียรวมถึงไต้หวันเข้าไปด้วยในการเจรจาข้อตกลงการค้าระดับภูมิภาคครั้งใหม่จากการที่ทั้งหมดมีข้อตกลงทวิภาคีกับสหรัฐอยู่แล้ว

สก็อตต์บอกว่า “ทรัมป์ควรต้องมองถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิมในการเจรจาการค้าระดับภูมิภาค ไม่เช่นนั้นก็ทำนายได้ล่วงหน้าเลยว่าเขาจะล้มเหลวในเรื่องนี้”