หน้าแรก ต่างประเทศ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : ครบรอบ 55 ปี อะพอลโล 11

29.07.24 | 13:21 น.

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นวาระครบรอบ 55 ปีของเหตุการณ์สำคัญระดับโลกเหตุการณ์หนึ่ง นั่นคือ การที่มนุษย์ก้าวลงเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ในวันเดียวกันนี้ เมื่อ 55 ปีก่อน นีล อาร์มสตรอง และ เอ็ดวิน “บัซ” อัลดริน กลายเป็นมนุษย์คนแรกและคนที่สองที่ลงไปสัมผัสพื้นผิวดวงจันทร์

วันที่ 20 กรกฎาคม 1969 จึงไม่เพียงเป็นวันประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา หากแต่เป็นวันที่เป็นประวัติศาสตร์ของทั้งโลกไปด้วย

ก่อนหน้านั้น 4 วัน คือเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 1969 อาร์มสตรอง กับ อัลดริน พร้อมกับ ไมเคิล คอลลินส์ บนยานอะพอลโล 11 ออกเดินทางจากโลกไปกับจรวด แซทเทิล 5 จากศูนย์อวกาศเคนเนดี เพื่อปฏิบัติภารกิจท้าทายนี้

ขณะที่ คอลลินส์ คงอยู่บนอะพอลโล 11 อาร์มสตรองกับอัลดริน ใช้ยานสำหรับลงจอดที่มีชื่อเรียกว่า “อีเกิล” ร่อนลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ บริเวณซึ่งมีชื่อว่า “ซี ออฟ ทรานควิลิตี” (the Sea of Tranquility) โดยสวัสดิภาพ

Advertisement

เวลาที่ลงจอดคือ 16.17 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา อาร์มสตรอง ส่งสัญญาณวิทยุมายังศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินที่ฮุสตัน ห่างออกไป 386,000 กิโลเมตร ด้วยประโยคประวัติศาสตร์ว่า “ถึงฮุสตัน จากฐานทรานควิลิตี อีเกิลลงจอดเรียบร้อยแล้ว”

คำประกาศที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ของโลกของอาร์มสตรองไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เมื่อเขากลายเป็นมนุษย์คนแรกที่หยั่งเท้าลงสู่พื้นผิวของดาวดวงอื่น นอกเหนือจากโลกเรา เขาประกาศในเวลานั้นว่า “That’s one small step for man, one giant leap for mankind.”

“นี่คือก้าวเล็กๆ สำหรับคนคนหนึ่ง แต่เป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่สำหรับมนุษยชาติ”

มีบางคนอยากรู้ว่า แล้วคำพูดแรกของอัลดริน ที่เดินตามลงจากยานอีเกิลมาเป็นคนที่สอง มีบันทึกไว้บ้างหรือไม่ คำตอบคือมีครับ

อัลดริน ไม่ได้พูดเสียงดังฟังชัดเหมือนกับอาร์มสตรอง แต่พึมพำเหมือนบอกกับตัวเองสั้นๆ ว่า “Magnificent desolation.”

แปลเป็นไทยคงได้ประมาณว่า “เวิ้งว้างเหลือหลาย” นั่นเอง

อาร์มสตรอง กับ อัลดริน ใช้เวลาอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์ไม่นานมากนัก เพียงแค่ 2 ชั่วโมงเศษเท่านั้นเอง นอกจากทดลองก้าวเดิน กระโดดเบาๆ ปักธงชาติอเมริกัน และเก็บตัวอย่างหินแล้วก็กลับขึ้นยานอีเกิลเพื่อกลับมาสมทบกับคอลลินส์ที่อยู่ในวงโคจรรอบดวงจันทร์ แล้วเดินทางกลับสู่พื้นโลก

ชุดอวกาศที่ อาร์มสตรอง สวมใส่สำหรับการลงเดินบนดวงจันทร์เป็นครั้งแรกนั้น ถูกฟื้นฟูสภาพขึ้นมา แล้วนำมาจัดแสดงต่อสาธารณชนเมื่อปี 2019 อันเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของภารกิจอะพอลโล 11

ปัจจุบัน ชุดอวกาศประวัติศาสตร์ดังกล่าว รวมไปถึงแคปซูลโคลัมเบีย ที่มนุษย์อวกาศทั้งสามใช้เดินทางกลับสู่พื้นโลก ถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่ พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศแห่งชาติ ในสังกัดสถาบัน สมิธโซเนียน ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ส่วนชุดของ อัลดริน กับ คอลลินส์ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นของสมิธโซเนียนเช่นเดียวกัน

โครงการอะพอลโล ส่งมนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ได้ทั้งสิ้น 12 คน ในช่วงระหว่างปี 1969-1972

น่าเสียดายที่ นีล อาร์มสตรอง มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ มีชีวิตอยู่ไม่ถึงวาระครบรอบ 50 ปีด้วยซ้ำไป เขาเสียชีวิตลงเมื่อปี 2012

ส่วน ไมค์ คอลลินส์ เสียชีวิตลงในปี 2021 หลังจากได้ร่วมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีไปไม่ถึงปี

บัซ อัลดริน ปีนี้อายุ 94 ปี เป็นมนุษย์อวกาศจากภารกิจอะพอลโล 11 คนเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่และกลายเป็นหัวใจสำคัญในพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นยิ่งใหญ่เป็นพิเศษในหลายๆ สถานที่ด้วยกัน

ตั้งแต่ที่ วาปาโคเนต้า บ้านเกิดของอาร์มสตรองในรัฐโอไฮโอ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศอาร์มสตรอง เรื่อยไปจนถึงที่ เคนเนดีสเปซ เซ็นเตอร์ ที่จะเปิดให้ทัวร์พื้นที่ยิงจรวด กับ จอห์นสัน สเปซ เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน และที่พิพิธภัณฑ์อะลาเมดา ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ฮอร์เน็ต ซึ่งเป็นเรือที่ไปเก็บกู้ยานแคปซูลโคลัมเบีย พร้อมกับมนุษย์อวกาศ 3 คน และตัวอย่างจากดวงจันทร์อีก 28 กก. มาจากมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นต้น

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ฉลองใหญ่ในวาระครบ 55 ปีอะพอลโล 11 ครั้งนี้ เพราะในปีหน้า นาซา จะเริ่มโครงการส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์อีกครั้งหนึ่ง ใช้ชื่อว่า โครงการอาร์เทมิส
โดยคาดว่าจะส่งขึ้นจากศูนย์เคนเนดีได้ในราวเดือนกันยายน 2025

ผู้ที่จะขึ้นไปกับยานอาร์เทมิส เป็นนักบินอวกาศอเมริกัน 3 คน กับแคนาดาอีก 1 คน

โดยหวังว่าจะประสบผลสำเร็จเช่นเดียวกับโครงการอะพอลโลที่ผ่านมา ถึงได้เรียกโครงการใหม่นี้ว่า อาร์เทมิส

เพราะตามเทพนิยายกรีกแล้วเทพีอาร์เทมิส คือพี่สาวฝาแฝดของเทพอะพอลโลนั่นเอง

ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์