‘มาริษ‘ เผยอาเซียนตอบรับข้อเสนอไทย แก้ไขปัญหาเมียนมา
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 57 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยระบุว่า ในประเด็นเกี่ยวกับภูมิภาคเรื่องเมียนมา ได้มีการพูดให้ประเทศคู่เจรจาเข้าใจว่าปัญหาเมียนมาเป็นปัญหาสำคัญ ดังนั้นการจัดลำดับความสำคัญหรือจุดมุ่งหมายที่ไทยและอาเซียนต้องการเห็นคือความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของเมียนมา ไม่เช่นนั้นจะนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะปัญหาข้ามพรมแดน ยาเสพติด หรือออนไลน์สแกม
นายมาริษกล่าวว่า ที่ประชุมของชาติสมาชิกอาเซียนทุกประเทศสนับสนุนข้อเสนอของไทยที่ต้องการเห็นการเจรจาที่สร้างสรรค์โดยมีทุกฝ่ายที่ครอบคลุมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้มีการหารือทุกมิติและทุกกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะชนกลุ่มน้อย กลุ่มติดอาวุธ และรัฐบาลทหารเมียนมา แต่ยังรวมถึงประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาอย่างไทย อินเดีย จีน และลาวที่จะ ช่วยกันสนับสนุนและผลักดันให้มีการพูดคุยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อช่วยกันหาทางออกให้เมียนมา
นายมาริษกล่าวอีกว่า ที่ประชุมอาเซียนทรอยกาหรือประธานอาเซียนในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ประกอบด้วยอินโดนีเซีย ลาว และมาเลเซีย ได้เห็นชอบกับข้อเสนอของไทยที่ต้องการเห็นการเปิดกว้างของการหารือให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัญหาเมียนมา ตั้งแต่ประเทศที่มีพรมแดนติดกันหรือประเทศที่มีบทบาทอย่างสหรัฐ เพื่อให้มานั่งคุยกันว่าเราต้องการเห็นอนาคตของเมียนมาเป็นอย่างไร ขณะที่การดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาต้องเป็นเรื่องภายในที่เมียนมาจะดำเนินการเอง อาเซียนทรอยกายังเห็นด้วยกับข้อเสนอของไทยที่อยากให้มีการพูดคุยในกลุ่มของประเทศที่มีการจัดตั้งผู้แทนพิเศษว่าด้วยเรื่องเมียนมา ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศ อาทิ ลาว จีน รวมถึงสหประชาชาติ
รัฐมนตรีว่าการกรระหว่างะทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ระหว่างการหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเมียนมาและมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดกับเมียนมามากที่สุดและเข้าใจเมียนมามากที่สุด โดยสหรัฐให้การสนับสนุนไทยว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐในการแก้ไขปัญหาเมียนมา โดยใช้แนวทางของการปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์
นายมาริษกล่าวว่า นายบลิงเกนยังได้สอบถามถึงโอกาสในการแก้ไขปัญหาและการตอบรับของทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้บอกว่าหลังการหารือ 3 ฝ่ายระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทย อินเดีย และเมียนมา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคอย่างไม่เป็นทางการที่อินเดียทำให้เห็นว่าเมียนมาเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น
“เมื่อดูจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา ผมมองว่ามีโอกาสที่ดี เพราะหลายประเทศเริ่มเปิดกว้างและเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาเมียนมาผ่านการพูดคุยอย่างเปิดอกและตรงไปตรงมา” นายมาริษกล่าว

