ทรัมป์เตรียมเข้าให้ปากคำเอฟบีไอ ชี้ยังมึนไม่รู้แรงจูงใจลอบสังหาร
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาตกลงที่จะให้ปากคำกับสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนความพยายามลอบสังหารทรัมป์ ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ทรัมป์กล่าวกับ Fox news ว่า เขาจะเข้าให้ปากคำกับเอฟบีไอในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนต่อไปว่าอะไรเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ โทมัส ครูกส์ วัย 20 ปี พยายามลอบสังหารทรัมป์ที่งานหาเสียงในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยทรัมป์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือถึงแม้ว่าเขาจะคอยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเอฟบีไอมาตลอดก็ตาม
เควิน โรเจค เจ้าหน้าที่พิเศษประจำสำนักงานเอฟบีไอประจำเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ระบุว่า การสัมภาษณ์ให้ปากคำจะเป็น “การสัมภาษณ์เหยื่อแบบมาตรฐานที่เราทำกับเหยื่ออาชญากรรมคนอื่นๆ” และว่า “เราต้องการทราบมุมมองของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เขาอาจจะสังเกตเห็น”
โรเจคยังออกมายืนยันอีกครั้งว่า ทรัมป์ถูกกระสุนปืนยิงเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็น “ทั้งกระสุน หรือเศษกระสุนที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย” หลังจากที่ก่อนหน้านี้เอฟบีไอถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักที่ออกมาระบุว่า ทรัมป์ไม่ได้ถูกกระสุนยิง แต่โดนแค่เศษกระสุนเท่านั้น
โรเจคเผยอีกว่า เอฟบีไอยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจของครูกส์ แต่ค้นพบว่าครูกส์ได้ค้นหาข้อมูลออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงก่อนหน้านี้ รวมไปถึงความพยายามลอบสังหารนายกรัฐมนตรีสโลวาเกียเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เอฟบีไอยังอธิบายว่า ครูกส์เป็นคนโดดเดี่ยว ไม่มีเพื่อนสนิทหรือคนรู้จัก และวงสังคมของเขาจำกัดอยู่แค่สมาชิกในครอบครัวเท่านั้น ขณะที่พ่อแม่ของครูกส์ให้ความร่วมมือในการสืบสวน
แม้ว่าเอฟบีไอไม่ใช่หน่วยงานที่รับผิดชอบในการสืบสวนข้อบกพร่องใดๆ ต่อระบบรักษาความปลอดภัยของทรัมป์ แต่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอกำลังจัดทำไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งโรเจคได้อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันลอบสังหารว่า ตำรวจสังเกตเห็นชายที่พยายามลอบสังหารทรัมป์มากกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนเกิดเหตุยิงกันเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย และได้ถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อแบ่งปันกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายคนอื่นๆ ไว้ใช้ในการสืบสวน
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ส่งรูปครูกส์ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายคนอื่นๆ ณ สถานที่หาเสียงของทรัมป์ในวันนั้น ประมาณ 30 นาทีต่อมา โรเจคกล่าวว่าเจ้าหน้าที่หน่วย SWAT พบว่าครูกส์กำลังใช้เครื่องมือวัดระยะ และ กำลังดูเว็บไซต์ข่าว ตำรวจพบว่าสังเกตเห็นครูกส์ที่สะพายเป้เมื่อเวลาประมาณ 17.56 น. น้อยกว่า 20 นาทีก่อนเกิดเหตุยิงกัน และในเวลา 18.08 น. กล้องหน้ารถของตำรวจจับภาพได้ขณะเขาเดินอยู่บนหลังคา ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดที่เขายิงปืนพยายามลอบสังหารทรัมป์

