หน้าแรก ต่างประเทศ กลัวลุกลาม! ม...

กลัวลุกลาม! มะกันใช้การทูต สกัดอิสราเอลโจมตี ‘เบรุต-โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน’

30.07.24 | 14:56 น.
AP

กลัวลุกลาม! มะกันใช้การทูต สกัดอิสราเอลโจมตี ‘เบรุต-โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน’

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ว่า สหรัฐกำลังดำเนินการทางการทูตเพื่อยับยั้งไม่ให้อิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนที่สำคัญของเลบานอน หรือโจมตีกรุงเบรุตเมืองหลวงของเลบานอน ในการตอบโต้การโจมตีด้วยจรวดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์บริเวณที่ราบสูงโกลันที่อิสราเอลยึดครอง ซึ่งสร้างความสูญเสียมากที่สุดนับตั้งแต่การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน

ทางการสหรัฐกำลังเร่งดำเนินการทางการทูต เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน หลังจากการโจมตีที่ราบสูงโกลันที่ส่งผลให้มีด็กชาวอิสราเอลเสียชีวิต 12 รายเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยทางสหรัฐพยายามจำกัดมาตรการตอบสนองของอิสราเอลด้วยการเรียกร้องให้อิสราเอลไม่โจมตีเมืองเบรุตซึ่งมีประชากรหนาแน่น และมีเขตชานเมืองทางตอนใต้ซึ่งเป็นหัวใจของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ รวมไปถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น สนามบิน และสะพาน

จอห์น เคอร์บี โฆษกด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะตอบโต้การโจมตีที่โกลัน แต่ไม่มีใครอยากให้เกิดสงครามที่ใหญ่กว่านี้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า จะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดของการสนทนาทางการทูต แม้ว่ากำลังพยายามที่จะหาทางออกที่ยั่งยืน เพื่อยุติการยิงข้ามพรมแดนทั้งหมดก็ตาม อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐย้ำว่า สหรัฐยังคงสนับสนุนความมั่นคงของอิสราเอลอย่างเหนียวแน่นและไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะต่อภัยคุกคามทั้งหมดที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วย

Advertisement

เจ้าหน้าที่ของทางการอิหร่านรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า สหรัฐได้ส่งข้อความไปยังอิหร่านอย่างน้อย 3 ครั้ง นับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีที่ราบสูงโกลันเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเตือนว่าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจะส่งผลเสียหายต่อทุกฝ่าย

ทั้งอิสราเอลและสหรัฐกล่าวหาว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นผู้ก่อเหตุโจมตีด้วยจรวดต่อที่ราบสูงโกลัน แม้ว่าทางกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะปฏิเสธความรับผิดชอบ และยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการโจมตีก็ตาม

เอเลียส บู ซาบ รองประธานรัฐสภาเลบานอน เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า เขาได้ติดต่อกับ อาโมส โฮชสเตน ผู้ไกล่เกลี่ยของสหรัฐ ตั้งแต่การโจมตีที่โกลันเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม และว่า อิสราเอลสามารถป้องกันภัยคุกคามจากการลุกลามของสงครามครั้งใหญ่ได้ด้วยการละเว้นการโจมตีโดยรอบกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนและบริเวณโดยรอบ

เจ้าหน้าที่อิสราเอลกล่าวว่า อิสราเอลต้องการล้างแค้นกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่ไม่ต้องการลากภูมิภาคนี้เข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดๆ ที่จะหลีกเลี่ยงการโจมตีเบรุต เขตชานเมือง หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือน

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรี 10 คน คนกลุ่มนี้มีหน้าที่กำหนดนโยบายเกี่ยวกับสงครามฉนวนกาซาและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ได้มอบอำนาจให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม “ตัดสินใจเกี่ยวกับรูปแบบ และกำหนดเวลาในการตอบโต้” ต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

การตัดสินใจดังกล่าว ร่วมกับการงดออกเสียงของพันธมิตรฝ่ายขวาจัดในรัฐบาลผสมของเนทันยาฮู ได้แก่ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เบซาเลล สโมทริช และรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ อิทามาร์ เบน-กวีร์ แสดงให้เห็นว่าอิสราเอลเลือกที่จะตอบโต้โดยไม่ต้องทำสงครามเต็มรูปแบบตามที่นักการเมืองในรัฐสภาอิสราเอลบางคนเรียกร้อง

หลังจากการโจมตีที่ที่ราบสูงโกลัน เบซาเลล สโมทริช ได้ออกแถลงการณ์ที่แข็งกร้าวเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เด็ดขาด เขาโพสต์บน X ว่า “สำหรับการตายของเด็กๆ นาสรัลเลาะห์ (ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ ซัยยิด ฮัสซัน) ควรชดใช้ด้วยหัวของเขา ชาวเลบานอนทุกคนควรชดใช้”

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลไม่ตอบสนองต่อการขอให้แสดงความคิดเห็นต่อสำนักข่าว ในขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นเดียวกัน