หน้าแรก ต่างประเทศ นักการทูตโสมแ...

นักการทูตโสมแดงแปรพักตร์เผย เกาหลีเหนือ อยากเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐ หากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

1.08.24 | 13:00 น.
คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ (ภาพรอยเตอร์)

นักการทูตโสมแดงแปรพักตร์เผย เกาหลีเหนือ อยากเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐ หากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายรี อิลกยู นักการทูตอาวุโสของเกาหลีเหนือที่เคยประจำสถานทูตที่คิวบา และลี้ภัยมาสู่เกาหลีใต้ได้เมื่อปี 2016 เผยว่า เกาหลีเหนือมีความประสงค์ที่จะเปิดเจรจาด้านนิวเคลียร์กับสหรัฐอีกครั้ง หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี อีกทั้ง เกาหลีเหนือกำลังพัฒนายุทธศาสตร์การหารือให้ดีขึ้น เขาระบุระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติว่า เกาหลีเหนือได้กำหนดให้รัสเซีย สหรัฐและญี่ปุ่น เป็นประเทศที่สำคัญที่สุดในการดำเนินนโยบายการต่างประเทศในปีนี้ และปีถัดๆ ไป

รี อิลยู กล่าวว่า ในขณะที่เกาหลีเหนือเสริมสร้างความแน่นแฟ้นกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลเกาหลีเหนือก็มีความสนใจที่จะหารือกับสหรัฐอีกครั้งหากนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ผู้ที่ริเริ่มความสัมพันธ์การทูตกับเกาหลีเหนืออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โดยนักการทูตของเกาหลีเหนือกำลังพยายามส่งเสริมความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลบล้างภาพลักษณ์ประเทศผู้ที่สนับสนุนการก่อการร้าย และเพื่อได้รับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความประสงค์ทางนโยบายที่แตกต่างออกไปจากสมัยของนายคิม จองอิล

อีกทั้ง รี อิลยูยังกล่าวว่า ความล้มเหลวจากการประชุมระหว่างคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2019 ที่เวียดนาม เป็นผลมาจากความผิดพลาดของผู้นำคิมที่ไว้ใจผู้นำทางทหารของประเทศ แต่พวกเขาไม่ได้มีประสบการณ์และความรู้ในเรื่องการเจรจาทางการทูตในเรื่องนิวเคลียร์ เขาระบุเพิ่มว่า คิม จองอึน ไม่มีความรู้มากนักในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงเรื่องการทูตและการตัดสินใจในเชิงยุทธศาสตร์ แต่ในครั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือจะมีอำนาจโดยสมบูรณ์ ดังนั้นจะไม่เป็นการง่ายที่ทรัมป์จะไม่ให้อะไรกับเกาหลีเหนือเลย ด้วยเกาหลีเหนือมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นจากการครอบครองเทคโนโลยีขีปนาวุธ ซึ่งเป็นผลผลิตจากความสัมพันธ์กับรัสเซีย นอกจากนี้รัสเซียยังให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจด้วย

ในด้านญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวว่า เขาต้องการที่จะพบหารือกับผู้นำคิม ทว่าการลักพาตัวชาวญี่ปุ่นปุ่นของรัฐบาลเกาหลีเหนือในช่วงปี 1970-1989 เป็นอุปสรรคสำคัญ ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่า มีชาวญี่ปุ่นถูกเกาหลีเหนือลักพาตัวไป 17 คน โดยมี 5 คนที่กลับมาที่ญี่ปุ่นแล้วเมื่อปี 2002 ขณะที่รัฐบาลเกาหลีเหนือยอมรับว่าได้ลักพาตัวชาวญี่ปุ่นไป 13 คน และไม่ทราบข้อมูลว่าตอนนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรืออยู่ที่ไหน ทั้งนี้ รี อิลยูกล่าวว่า ผู้นำคิมยินดีเปลี่ยนท่าทีและต้องการที่จะหารือกับญี่ปุ่น เพื่อที่จะได้รับความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจจากญี่ปุ่น

Advertisement