‘มาริษ’ หารือ นายกฯเกาหลีใต้ มุ่งยกระดับความร่วมมือรอบด้าน
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเยือนเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคม ตามคําเชิญของนายโช แท-ย็อล รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ว่า ตนได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ นายฮัน ด็อก-ซู นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเกาหลี สิ่งแรกที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดกับผมคือ ท่านชื่นชมและขอบคุณประเทศไทยที่อยู่เคียงข้างเกาหลีใต้ เพราะทุกท่านคงทราบดีว่าในช่วงของสงครามเกาหลีประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆ ในเอเชียที่ส่งกองทัพและทหารไทยเข้าไปช่วยยืนรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา
ท่านนายกรัฐมนตรีบอกกับตนว่า ประเทศไทยสนับสนุนและยืนเคียงเกาหลีตั้งแต่เรายังไม่มีความสัมพันธ์ทางด้านการทูตเลยด้วยซ้ำ ถือเป็นประวัติของความร่วมมือที่มีความใกล้ชิดกันระหว่างสองประเทศตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่ช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้เป็นอย่างดี ฉะนั้น เราจะเสริมสร้างให้ความสำคัญที่ดีตรงนี้ขยายตัวต่อไป โดยจะส่งเสริมความร่วมมือด้านการทหาร อาทิ การฝีกซ้อมร่วม การศึกษาพัฒนาการทหาร และการพัฒนาการขีดความสามารถในการผลิตยุทโธปกรณ์
ทั้งนี้ ท่านยังได้ขอบคุณประเทศไทยและรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่ให้การสนับสนุนบทบาทและนโยบายในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคาบสมุทรเกาหลีของเกาหลีใต้ ซึ่งเราได้ให้การสนับสนุนในหลายๆ เวที รวมทั้งในกรอบสหประชาชาติ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้พูดคุยถึงประเด็นความพยายามที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านการค้า การลงทุน โดยระบุว่า ถึงแม้ไทย-เกาหลีใต้จะมีการค้าขายระหว่างกันเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีโอกาสที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันอีกภายใต้กรอบความร่วมมือต่างๆ ดังนั้น ในเรื่องนี้ต้องนำไปพูดคุยกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ว่าจะส่งเสริมให้การค้าขายขยายตัวได้อย่างไร โดยเฉพาะในสาขาของอาหารที่ไทยมีศักยภาพ เพราะเกาหลีใต้อาจมีข้อจำกัดเรื่องสภาพแวดล้อมและพื้นที่ที่จำกัด ทำให้ผลิตภัณฑ์หลายอย่างยังไม่สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ จึงเชื่อว่าหากเราร่วมมือกันด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารก็จะยิ่งดีขึ้น
ในส่วนเรื่องการลงทุน ตนได้เรียนนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ว่าขณะนี้เรากำลังพยายามทำอยู่ จึงขอให้รัฐบาลเกาหลีใต้ช่วยสนับสนุนแพคเกจการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ตามที่ตนได้หารือข้อราชการร่วมกับหน่วยงานทีมประเทศไทยด้านเศรษฐกิจ และบริษัทเอกชนสาธารณรัฐเกาหลีที่สนใจจะขยายธุรกิจในประเทศไทย
ขณะที่ในประเด็นแรงงาน ท่านนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้อยากเห็นความร่วมมือรอบด้าน เพราะนักธุรกิจเกาหลีใต้ชื่นชอบแรงงานไทยที่เป็นแรงงานฝีมือมาก ซึ่งไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งและพร้อมที่จะร่วมมือเต็มที่ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้แรงงานเหล่านี้มาช่วยพัฒนาธุรกิจของประเทศเกาหลี จึงได้ยืนยันไปว่ากระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ยังคงคั่งค้างอยู่ อาทิ กรณีมีแรงงานไทยอยู่ในประเทศเกาหลีอย่างผิดกฎหมาย โดยทำให้ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด และยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย ฉะนั้น จะต้องมีการหารือกันต่อไป เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน

ในส่วนของการท่องเที่ยว ไทยต้องการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกัน เพราะเชื่อว่ายังสามารถขยายตัวได้อีก ซึ่งไทยกำลังพยายามอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวด้วยการลงทะเบียนผ่านระบบ ETA หรือ Electronic Travel Authorization อยู่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำมาใช้ได้ภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของนักท่องเที่ยวระหว่างกันได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยติดตามและป้องกันปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย ตลอดจนส่งเสริมนักธุรกิจที่เป็น Digital Nomad ไปทำงานในต่างประเทศได้ด้วย อันจะช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจสมบูรณ์และเป็นรูปธรรม
สำหรับความร่วมมือเรื่องพลังงานสะอาดเป็นนโยบายสำคัญของท่านนายกฯเศรษฐา ที่ต้องการร่วมมือกับเกาหลีใต้พัฒนาพลังงานสะอาดด้วยเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ได้แสดงความสนใจและฝากให้กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศไปพูดคุยกันต่อ
นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเกาหลีได้หยิบยกเรื่องการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมขึ้นมาหารือ จึงได้เรียนไปว่าไทย-เกาหลีใต้ ถือเป็นสองประเทศที่มีการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ เพราะทราบดีว่ามีเยาวชนที่มีความสามารถของไทยไปเป็นป๊อปสตาร์อยู่ในเกาหลีใต้ ด้วยเหตุนี้ ทั้งไทย-เกาหลีใต้ จึงอยากจะสนับสนุนให้มีเยาวชนที่มีความสามารถมากขึ้นในอนาคต เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ
ดังนั้น หลังจากนี้ตนจะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือกับต่างประเทศเกาหลีใต้ เพื่อให้นโยบายและการหารือในครั้งนี้มีแนวทางที่ชัดเจน และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป เพราะอยากให้มีกลไกความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกระดับ สอดคล้องกับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-เกาหลีใต้

