‘มูฮัมหมัด ยูนูส’ บินด่วนกลับธากา ตั้งรั้งตำแหน่งผู้นำรัฐบาลรักษาการบังกลาเทศ
สำนักงานประธานาธิบดีโมฮัมหมัด ชาฮาบุดดิน ของบังกลาเทศ ประกาศในช่วงเช้าวันที่ 7 สิงหาคม ว่า นายมูฮัมหมัด ยูนูส เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จะเป็นที่ปรึกษาหลักของรัฐบาลรักษาการบังกลาเทศ โดยการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นในการประชุมร่วมระหว่างประธานาธิบดีชาฮาบุดดินกับผู้นำกองทัพ 3 เหล่าทัพ แกนนำนักศึกษาต่อต้านการเลือกปฏิบัติ นักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และภาคประชาสังคมของบังกลาเทศ
ยูนูสซึ่งตกลงจะรับหน้าที่ดังกล่าวระบุว่า “เมื่อนักศึกษาที่เสียสละมากมายเรียกร้องให้ผมเข้ามาช่วยในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ผมจะปฏิเสธได้อย่างไร” โดยโฆษกของยูนูสเผยว่า เขากำลังเดินทางกลับกรุงธากา หลังเสร็จสิ้นการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ด้วยอาการป่วยเพียงเล็กน้อยที่กรุงปารีส
ขณะที่สำนักงานประธานาธิบดีบังกลาเทศระบุในแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีชาฮาบุดดินได้ขอให้ประชาชนช่วยกันฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปให้ได้ การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการให้เร็วที่สุดเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเอาชนะวิกฤตนี้
จอยนัล อาเบดิน โฆษกประธานาธิบดีบังกลาเทศ กล่าวว่า ในส่วนของสมาชิกคนอื่นๆ ที่จะอยู่ในรัฐบาลรักษาการ จะมีการประกาศการตัดสินใจตามมาในเร็วๆ นี้ ด้านนาฮิด อิสลาม ผู้นำนักศึกษาที่ประท้วงขับไล่ฮาซีนา กล่าวว่า ยูนูสตกลงที่จะเป็นหัวหน้ารัฐบาลรักษาการ และพวกเขาจะเสนอชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติม พร้อมบอกด้วยว่า ผู้มีอำนาจยากจะเพิกเฉยต่อความต้องการของพวกเขา
สมาคมตำรวจบังกลาเทศได้ประกาศนัดหยุดงานประท้วง หลังจากที่สถานีตำรวจหลายร้อยแห่งถูกเผาทำลาย และตำรวจทั่วประเทศถูกโจมตีโดยมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากถูกสังหารแต่ไม่ได้ระบุจำนวน ทำให้ตำรวจะหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะได้รับประกันความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะโยนความผิดไปให้ทางการ โดยบอกว่าพวกเขาถูกบังคับให้ยิง
สำนักงานประธานาธิบดีบังกลาเทศกล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของบังกลาเทศถูกไล่ออกในวันที่ 7 สิงหาคม ทั้งนี้ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนจากการปะทะกันอย่างรุนแรงทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่มีการเริ่มชุมนุมประท้วง ที่โดยรวมแล้วเชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 คนนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม
ด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของบังกลาเทศประกาศว่า จะเริ่มกลับมาเปิดโรงงานอีกครั้งในวันพุธนี้ หลังจากปิดทำการไปก่อนหน้านี้ขณะเกิดเหตุจลาจล เช่นเดียวกับสถานการณ์ในกรุงธากาดูจะคลี่คลายลงไปและกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง แม้จะมีการจราจรจะยังคงบางเบากว่าปกติก็ตาม

