‘มาริษ’ เผยผลร่วมประชุม AMM’57 ดันแก้ปัญหาเมียนมา-เชื่อมศก.ดิจิทัล

6.08.24 | 06:40 น.

‘มาริษ’ เผยผลร่วมประชุม AMM’57 ดันแก้ปัญหาเมียนมา-เชื่อมศก.ดิจิทัล

หมายเหตุ “มติชน” นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน (AMM) ครั้งที่ 57 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้สรุปสาระสำคัญมาให้รับทราบกัน

๐4ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับไทย

เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมประชุม AMM และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญและอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาได้พูดคุยกันหลากหลายประเด็น ซึ่งผมได้นำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์กับไทย 4 ประเด็น ประการแรกคือการประชุมของอาเซียนต้องพูดคุยให้ครอบคลุมในทุกมิติและทุกประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของอาเซียนรวมถึงประเทศคู่เจรจา เพื่อส่งเสริมให้มีความมั่นใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นว่า เราต้องการผลักดันให้เกิดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน

ประเด็นที่ 2 คือความเชื่อมโยง (connectivity) โดยมุ่งเน้นการใช้ Digital connectivity ที่มีความสำคัญมากขึ้นท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การผลักดันให้มีการเชื่อมโยงด้าน Digital economy จะให้อาเซียนกลายเป็นประเทศที่มีความเจริญเติบโตหรือเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งจะรวมไปถึงการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว เพราะไทยเป็นผู้นำเรื่องการท่องเที่ยวมาโดยตลอด และทุกประเทศก็ชื่นชมบทบาทของไทยในเรื่องนี้ ตรงนี้เป็นนโยบายสำคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ต้องการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว บทบาทไทยเรื่องการเชื่อมโยงทางดิจิทัลถือว่าค่อนข้างชัด

ประเด็นที่ 3 คือไทยได้เสนอวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ขณะที่ประเด็นที่ 4 คือไทยได้เสนอให้ใช้กลไกของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาค ที่สำคัญที่สุดคือ อาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกมิติไม่ว่าจะ เป็นมิติของเศรษฐกิจหรือสังคม โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ผมหยิบยกขึ้นมาหารือ เพื่อมีความร่วมมือกับประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา รวมถึงปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์หรือทางออนไลน์ ที่มีการทำเอาการพัฒนาเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งจะทำลายทั้งเศรษฐกิจและสังคมของโลกได้ สิ่งที่ผมเสนอเป็นจุดสำคัญที่หลายประเทศเห็นด้วย และเป็นระเด็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน

Advertisement

๐ความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา

สำหรับการหารือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ผมมองว่ามีศักยภาพพิเศษที่สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ อาทิ ไทยกับเกาหลีใต้ที่มีการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์มาอย่างรวดเร็วและค่อนข้างมีความใกล้ชิดกัน ทำให้ความร่วมมือกับเกาหลีใต้มีศักยภาพและมีความสำคัญและไทยถือเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญ นอกจากเรื่องซอฟต์พาวเวอร์แล้วยังก้าวไปสู่ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวด้วย เพราะไทยก็มีบทบาทนำสามารถที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแนวปฏิบัติที่ดีของไทยได้

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการเกษตรกับประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่ถือว่ามีความโดดเด่น ได้มีการหารือเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาความร่วมมือในสาขาดังกล่าวร่วมกันเพื่อนำไปสู่ความมั่นคงด้านอาหารให้ครบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การพัฒนาสายพันธุ์พืชและสัตว์ การผลิต การตลาด และการสร้างเครือข่ายร่วมกัน

ขณะที่สาขาด้านอิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มีประเทศคู่เจรจาที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ อาทิ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ เราต้องสร้างสภาพแวดล้อมของห่วงโซ่การผลิตเรื่องอีวีที่จะทำให้ประโยชน์ทั้งหลายตกอยู่กับอาเซียน โดยไม่ไทยที่มีบทบาทนำ ซึ่งนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน พูดชัดเจนว่าจีบมีบริษัทอีวีอยู่หลายบริษัท และยินดีที่จะให้การสนับสนุน เช่นเดียวกับเรื่องนวัตกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่ก็มีการพูดถึงเรื่องการผลักดันให้มีความร่วมมือกันมากขึ้นทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร

ผมยังเสนอว่าการเชื่อมโยงต่างๆ ยังต้องคำนึงถึงเรื่องการบริหารจัดการโลจิสติกส์ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเช่นเดียวกันกับความร่วมมือด้านคมนาคมในภูมิภาค เพราะหากเราเป็นประเทศที่เป็นฐานการผลิต แต่ถ้าไม่มีเครือข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์แล้วก็จะไปหาตลาดไม่ได้ แลไม่สามารถสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ที่เราผลิดได้ด้วย

๐แนวทางแก้ปัญหาเมียนมา

ในประเด็นเกี่ยวกับภูมิภาคเรื่องเมียนมา ได้มีการพูดให้ประเทศคู่เจรจาเข้าใจว่าปัญหาเมียนมาเป็นปัญหาสำคัญ ดังนั้นการจัดลำดับความสำคัญหรือจุดมุ่งหมายที่ไทยและอาเซียนต้องการเห็นคือความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของเมียนมา ไม่เช่นนั้นจะนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะปัญหาข้ามพรมแดน ยาเสพติด หรือออนไลน์สแกม

ที่ประชุมของชาติสมาชิกอาเซียนทุกประเทศสนับสนุนข้อเสนอของไทยที่ต้องการเห็นการเจรจาที่สร้างสรรค์โดยมีทุกฝ่ายที่ครอบคลุมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้มีการหารือทุกมิติและทุกกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะชนกลุ่มน้อย กลุ่มติดอาวุธ และรัฐบาลทหารเมียนมา แต่ยังรวมถึงประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาอย่างไทย อินเดีย จีน และลาวที่จะ ช่วยกันสนับสนุนและผลักดันให้มีการพูดคุยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อช่วยกันหาทางออกให้เมียนมา

ที่ประชุมอาเซียนทรอยกาหรือประธานอาเซียนในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ประกอบด้วยอินโดนีเซีย ลาว และมาเลเซีย ได้เห็นชอบกับข้อเสนอของไทยที่ต้องการเห็นการเปิดกว้างของการหารือให้ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัญหาเมียนมา ตั้งแต่ประเทศที่มีพรมแดนติดกันหรือประเทศที่มีบทบาทอย่างสหรัฐ เพื่อให้มานั่งคุยกันว่าเราต้องการเห็นอนาคตของเมียนมาเป็นอย่างไร ขณะที่การดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาต้องเป็นเรื่องภายในที่เมียนมาจะดำเนินการเอง อาเซียนทรอยกายังเห็นด้วยกับข้อเสนอของไทยที่อยากให้มีการพูดคุยในกลุ่มของประเทศที่มีการจัดตั้งผู้แทนพิเศษว่าด้วยเรื่องเมียนมา ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศ อาทิ ลาว จีน รวมถึงสหประชาชาติ

ระหว่างการหารือทวิภาคีกับนายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเมียนมาและมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดกับเมียนมามากที่สุดและเข้าใจเมียนมามากที่สุด โดยสหรัฐให้การสนับสนุนไทยว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐในการแก้ไขปัญหาเมียนมา โดยใช้แนวทางของการปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์

นายบลิงเกนยังได้สอบถามถึงโอกาสในการแก้ไขปัญหาและการตอบรับของทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้บอกว่าหลังการหารือ 3 ฝ่ายระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศไทย อินเดีย และเมียนมา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศบิมสเทคอย่างไม่เป็นทางการที่อินเดียทำให้เห็นว่าเมียนมาเริ่มเปิดกว้างมากขึ้น

เมื่อดูจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา ผมมองว่ามีโอกาสที่ดี เพราะหลายประเทศเริ่มเปิดกว้างและเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาเมียนมาผ่านการพูดคุยอย่างเปิดอกและตรงไปตรงมา