ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กังวลอย่างมากต่อการยุบพรรคก้าวไกล
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โวลเกอร์ เติร์ก กล่าววันนี้ว่า การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิทางการเมืองของผู้บริหารพรรคเป็นสิ่งที่น่ากังวลใจอย่างมาก และบั่นทอนกระบวนการประชาธิปไตยและลิดรอนพหุนิยมทางการเมือง
ศาลตัดสินให้พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะคะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีความผิดฐานบ่อนทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการความมั่นคงของรัฐจากการรณรงค์เพื่อปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นอกเหนือจากการยุบพรรคแล้ว คณะกรรมการบริหารพรรคยังถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี
ข้าหลวงใหญ่ฯกล่าวว่า กลไกสิทธิมนุษยชนได้แสดงความกังวลต่อการห้ามการรณรงค์ดังกล่าวซึ่งระบุไว้ในมาตรา 112 ของกฎหมายอาญานี้ว่า มีเนื้อหาขัดต่อพันธกรณีของประเทศไทยที่มีต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองและควรได้รับการทบทวน
“คำตัดสินดังกล่าวมีผลกระทบต่อเสรีภาพขั้นพื้นฐานของการแสดงออกและการรวมตัวอย่างร้ายแรง และสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมือง และในกิจการสาธารณะในประเทศไทย” นายเติร์กกล่าว และว่า “ไม่ควรมีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนใดควรได้รับโทษจากการรณรงค์โดยสงบเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน”
“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางออกเพื่อยืนยันประชาธิปไตยที่สนับสนุนและเคารพสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการรวมตัว และยุติการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อปราบปรามเสียงวิพากษ์วิจารณ์”
“ความหลากหลายทางความคิดและความเห็นเป็นพื้นฐานของการเคารพและปกป้องสิทธิมนุษยชน และการบรรลุการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมโดยสงบ”

