เปิดศึก! ‘ทรัมป์ – แฮร์ริส’ ดวลดีเบต 10 ก.ย. อดีตปธน.เกทับ ขอเพิ่มรอบ
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรคริพับลิกันและนางคามาลา แฮร์ริส ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พฤศจิกายน ตกลงที่จะขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์ในวันที่ 10 กันยายน ซึ่งจะเป็นการโต้วาทีตัวต่อตัวครั้งแรกของทั้งคู่ ทั้งนี้ ระหว่างการแถลงข่าวของทรัมป์ที่ปาล์มบีช รับฟลอริดา ซึ่งเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกของเขาหลังจากที่แฮร์ริสได้เลือกนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา เป็นคู่หูเพื่อชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ทรัมป์กล่าวว่า เขามีต้องการที่ขึ้นเวทีประชันวิสัยทัศน์เพิ่มอีก 2 ครั้งในวันที่ 4 และ 25 กันยายน โดยจะถ่ายทอดผ่านช่องฟ็อกซ์นิวส์และเอ็นบีซี
แฮร์ริสระบุผ่านบัญชี X ว่า เธอตั้งหน้าตั้งตาคอยที่จะขึ้นเวทีโต้วาทีในวันที่ 10 กันยายน หลังจากที่ทรัมป์ได้ตกลงประชันวิสัยทัศน์กับเธอในครั้งนี้ แฮร์ริสยังบอกกับผู้สื่อข่าวหลังจากการปราศรัยที่ดีทรอยต์ มิชิแกน ว่า เธอยินดีที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการเพิ่มรอบการประชันวิสัยทัศน์ อย่างไรก็ดี ทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของเธอยืนยันว่าจะไม่มีการโต้วาทีในวันที่ 4 กันยายน เนื่องจากหากช่องฟ็อกซ์จะจัดเวทีโต้วาที อย่างน้อยก็ควรที่จะสนับสนุนการโต้วาทีในชั้นแรกระหว่างทั้งสองพรรค ซึ่งเป็นการประชันฝีปากระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน กับทรัมป์ด้วย
Ipsos เผยแพร่ผลสำรวจคะแนนนิยมระหว่างทรัมป์และแฮร์ริสในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ว่า แฮร์ริสได้รับคะแนนนิยม 42% ในขณะที่ทรัมป์มีคะแนนนิยม 37% อีกทั้ง ผลสำรวจของรอยเตอร์/Ipsos ของวันที่ 22-23 กรกฎาคม แสดงให้เห็นว่าเธอได้รับคะแนนนิยม 37% และทรัมป์ได้รับ 34% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แฮร์ริสมีคะแนนนิยมแซงหน้าทรัมป์แม้จะเพิ่งเปิดตัวลงชิงชัยได้ไม่นาน
นอกจากนี้ แฮร์ริสและวอลซ์ มีกำหนดการขึ้นเวทีหาเสียงตามรัฐสวิงเสตท อย่างรัฐเพนซิลวาเนีย มิชิแกนและวิสคอนซินในสัปดาห์นี้ ซึ่งสามารถดึงดูดผู้คนได้จำนวนมาก นับเป็นสัญญาณที่ดีของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย โดยมีการคาดการณ์ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นกลุ่มแรงงานจะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับการเลือกตั้ง
ความนิยมของแฮร์ริส ที่เห็นได้จากผลสำรวจและการให้รับบริจาคทางการเงินจากผู้สนับสนุน ส่งผลให้คณะทำงานของทรัมป์จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ว่า เขายังไม่เปลี่ยนแนวทางในการหาเสียง แต่ในช่วงถามตอบกับผู้สื่อข่าวนั้น ทรัมป์ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้โดยตรง แต่เปลี่ยนหัวข้อเรื่องที่พูดไปเรื่องอื่นๆ แต่บอกว่าแฮร์ริสและวอลซ์เป็นคู่แข่งที่อ่อนแอ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังโจมตีแฮร์ริสในเรื่องที่เธอยังไม่ได้จัดการแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวหลังจากที่เธอเริ่มรณรงค์หาเสียง “แฮร์ริสไม่มีความสามารถในการให้การสัมภาษณ์ต่อสื่อ” หลังจากนั้นเขาเรียกเธอว่า “คนที่น่ารังเกียจ (nasty)” ซึ่งเป็นคำพูดที่เขาใช้อยู่ประจำด้วย

