เซาท์ ซูดาน หรือ ซูดานใต้ ดินแดนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา เป็นประเทศน้องใหม่สุดของโลก หลังแยกตัวออกจากประเทศซูดานในปี 2011
กว่า 4 ปีนับจากได้ปกครองตัวเอง ซูดานใต้ไม่เพียงยังยืนตั้งไข่ไม่แข็งแรง แต่ยังถูกซ้ำเติมด้วยภาวะสงครามกลางเมืองที่ปะทุขึ้นในปี 2013 หลังจากประธานาธิบดีซัลวา เคียร์ ของซูดานใต้ กล่าวหานายรีค มาชาร์ คู่ปรับทางการเมืองว่าพยายามจะโค่นล้มอำนาจเขา จนนำไปสู่การสู้รบกันระหว่างกลุ่มชนเผ่าดิงกาที่ให้การสนับสนุนประธานาธิบดีเคียร์ กับชนเผ่านูเออร์ที่สนับสนุนนายมาชาร์
ข้อตกลงสงบศึกที่ทำกันได้ในเวลาต่อมาช่วงกลางปี 2015 กลับถูกฉีกทิ้ง หลังเกิดการปะทะกันขึ้นอีกในกรุงจูบา เมืองหลวงของซูดานใต้ ในกลางปีที่ผ่านมา ก่อนการสู้รบจะขยายลุกลามไปถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ และพื้นที่อื่นๆของประเทศ ท่ามกลางการส่งเสียงเตือนขององค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ถึงเค้าลางของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการกวาดล้างทางชาติพันธุ์ที่อาจกำลังเกิดขึ้นอยู่ในซูดานใต้
ล่าสุดยังมีเสียงเตือนมาจากฝั่งรัฐบาลซูดานใต้และหน่วยงานบรรเทาทุกข์หลายองค์กรว่าหลายพื้นที่ของซูดานใต้ที่ตกอยู่ในวงล้อมของสงครามกลางเมืองมานานกว่า 3 ปีแล้ว กำลังเผชิญกับภาวะทุพภิกขภัย ที่ชีวิตผู้คนจำนวนมากกำลังจะอดอยากตาย!

โครงการอาหารโลก(ดับเบิลยูเอฟพี) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ(ยูนิเซฟ) และ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(เอฟเอโอ) ให้ข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่บอกว่า มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะอดอยากขาดแคลนอาหารในซูดานใต้ที่เป็นผลพวงมาจากสงครามแล้วราว 100,000 คน และอีกประมาณ 1 ล้านคน ก็กำลังจะตกอยู่ในภาวะเลวร้ายนี้ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติซูดานใต้ชี้ว่า ยูนิตี้สเตท ที่เป็นบ้านเกิดของนายมาชาร์ ซึ่งประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่านูเออร์ และเป็นหนึ่งในพื้นที่ขัดแย้งที่มีความอ่อนไหวที่สุดพื้นที่หนึ่ง เริ่มเห็นผลกระทบระยะยาวจากภาวะข้าวยากหมากแพง วิกฤติเศรษฐกิจ ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้ต่ำ และไร้ซึ่งทางเลือกในการดำรงชีพ ปัญหาเหล่านี้กำลังจะทำให้ชาวซูดานใต้ในพื้นที่ดังกล่าวราว 4.9 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของประชากรทั้งประเทศ กำลังจะตกอยู่ในภาวะอดอยากหิวโหย ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตในท้ายที่สุดได้
ยูจีน โอวูซู ผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นสำหรับซูดานใต้ กล่าวว่า สาระสำคัญในรายงานเกี่ยวกับปัญหาทุพภิกขภัยในประเทศซูดานใต้ที่ต้องการสะท้อนให้เห็นคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์!
สงครามความขัดแย้ง ความไม่ปลอดภัยของเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ที่ให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมซึ่งมักถูกโจมตีในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ และการถูกปล้นเอาสิ่งของช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไป ล้วนแต่เป็นการซ้ำเติมภาวะวิกฤตที่เผชิญอยู่ให้ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
โอกาสนี้องค์กรบรรเทาทุกข์จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ กลุ่มขัดแย้งต่างๆ และทุกตัวแสดงที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหา ให้ละวางความขัดแย้ง และเร่งร่วมมือกันให้สามารถนำความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไปให้ถึงมือผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างทั่วถึง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วภาวะหิวโหยจะแผ่ขยายไปถึงประชาชนในซูดานใต้อีกมากถึง 5.5 ล้านคนภายในกลางปีนี้ ที่คาดว่าอาจถูกโจมตีซ้ำด้วยวิกฤตภัยแล้งร่วมด้วยก็เป็นไปได้…

