อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อายุ 78 ปี ได้เลือกนาย เจ.ดี. แวนซ์ วุฒิสมาชิกจากมลรัฐโอไฮโอ ร่วมลงชิงชัยตำแหน่งรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ในนามของพรรครีพับลิกัน แม้ว่านาย เจ.ดี. แวนซ์ ผู้นี้จะเคยเป็นผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์อย่างหนักก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นพันธมิตรที่จงรักภักดี ภายหลังจากที่ทรัมป์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีใน พ.ศ.2559 และนาย เจ.ดี. แวนซ์ยังได้ไปขอให้ทรัมป์ช่วยสนับสนุนเขาในการชิงชัยเป็นวุฒิสมาชิกของมลรัฐโอไฮโอเมื่อ พ.ศ.2566 นี้เอง

นาย เจ.ดี. แวนซ์ อายุ 40 ปี เป็นที่รู้จักในระดับประเทศจากการเขียนหนังสือที่เป็นหนังสือที่ขายดีมากและถูกนำมาสร้างภาพยนตร์ หนังสือบันทึกความทรงจำของนาย เจ.ดี. แวนซ์เรื่อง “Hillbilly Elegy” ซึ่งเป็นหนังสือเล่าเรื่องราวของเขาเองผู้เป็นพวกคนผิวขาวบ้านนอกของอเมริกาที่ยากจน ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจและมีปัญหายาเสพติดอยู่ทั่วไป จนนายเจ.ดี. แวนซ์ต้องไปสมัครเป็นทหารเหล่านาวิกโยธินเพื่อจะได้รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในทำนองรำพึงอย่างขมขื่นในชีวิตที่ยากลำบากของพวกคนผิวขาวบ้านนอกที่เป็นกลุ่มคนที่สนับสนุนทรัมป์ที่แข็งขันกลุ่มหนึ่ง นอกจากนี้ในหนังสือเล่มนี้ ได้วิพากษ์วิจารณ์พรรคเดโมแครตอย่างรุนแรงว่านโยบายของพรรคเดโมแครตนั้นทอดทิ้งคนผิวขาวในชนบท แต่เอาใจแต่คนผิวสีในเมือง
นาย เจ.ดี. แวนซ์ มีภรรยาชื่ออุษา อายุ 38 ปี ผู้เป็นลูกสาวของผู้อพยพชาวอินเดีย พ่อแม่นับถือศาสนาฮินดู เติบโตในเมืองซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย อุษาจบปริญญาตรีทางประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล และได้รับทุนการศึกษาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์จนจบการศึกษาปริญญาโท แล้วจึงกลับไปเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเยลต่อจึงได้พบกับนาย เจ.ดี. แวนซ์ที่เรียนอยู่ด้วยกัน ทั้งคู่จบการศึกษาใน พ.ศ.2556 และแต่งงานในปีถัดมา ปัจจุบันมีบุตรด้วยกัน 3 คน
ในขณะที่นางคามาลา แฮร์ริส คู่แข่งของทรัมป์ในการชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาจากพรรคเดโมแครตได้เลือกนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการมลรัฐมินนิโซตา อายุ 60 ปี เป็นผู้ลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเมื่อวันอังคารที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ โดยหวังว่าจะใช้แนวคิดหัวก้าวหน้ากับสไตล์บ้านๆ พูดจาธรรมดาฉะฉาน ตรงไปตรงมาและมีฝีปากแหลมคม ของนายทิม วอลซ์ จะช่วยดึงคะแนนเสียงจากชาวผิวขาวในชนบทที่ส่วนใหญ่สนับสนุนทรัมป์

นายทิม วอลซ์ เคยเป็นทหารจากกองกำลังพิทักษ์ชาติ ซึ่งเป็นทหารของมลรัฐในขณะเดียวกันก็เป็นทหารกองหนุนของรัฐบาลกลางนานถึง 24 ปี ซึ่งกองกำลังพิทักษ์ชาตินี้มักถูกล้อเลียนว่าเป็น “ทหารวันหยุด” หรือ “ทหารบ้าน” ทำหน้าที่ควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยในมลรัฐที่สังกัดอยู่ กำลังทหารส่วนใหญ่ก็เป็นประชาชนคนธรรมดาที่ไปรับการฝึกทหารแล้วมาประจำการในค่ายเป็นบางเวลาเท่านั้น นายทิม วอลซ์เป็นอดีตครูและโค้ชกีฬาอเมริกันฟุตบอลของโรงเรียนมัธยม นอกจากนี้เขายังไปเป็นครูที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 ปี และเดินทางไปประเทศจีนอีกหลายครั้งหลังจากนั้น
นายทิม วอลซ์แต่งงานกับเพื่อนครูด้วยกันชื่อ เกว็น วิปเปิล ทั้งคู่มีบุตร 2 คน หลังจากนั้นนายทิม วอลซ์ ชนะการเลือกตั้งได้เป็นผู้แทนราษฎรของพรรคเดโมแครตจากมลรัฐมินนิโซตา ในเขตที่มักเทคะแนนเข้าข้างพรรครีพับลิกันเมื่อ พ.ศ.2549 และอยู่ในตำแหน่งนี้นานถึง 12 ปี ก่อนจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าการรัฐใน พ.ศ.2561
ในฐานะผู้ว่าการมลรัฐมินนิโซตา นายทิม วอลซ์ผลักดันนโยบายก้าวหน้ามากมาย อาทิ รับรองสิทธิการทำแท้ง ประกาศให้ผู้ลาป่วย หรือลาเพื่อครอบครัวได้รับการจ่ายเงิน เข้มงวดกับกฎหมายการครอบครองอาวุธปืนมากขึ้น สนับสนุนกัญชาถูกกฎหมายเพื่อการสันทนาการ ให้ทุนสนับสนุนอาหารฟรีในโรงเรียน และลงทุนในที่อยู่อาศัยราคาจับต้องได้ วางเป้าหมายในการต่อสู้กับภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ลดภาษีสำหรับคนชั้นกลาง และขยายเวลาลาหยุดของแรงงานในมินนิโซตา
ส่วนสมัยการเป็นผู้แทนราษฎรจากเขตชนบทในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา นายทิม วอลซ์ก็ปกป้องผลประโยชน์ของทางการเกษตรอย่างแข็งขัน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีจุดร่วมกับพรรครีพับลิกันบ้างเช่นกัน เพราะนายทิม วอลซ์ได้ลงมติสนับสนุนการให้เงินทุนแก่สงครามในอิรักและอัฟกานิสถานต่อไป สนับสนุนการตรวจสอบผู้ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาอย่างเข้มงวด และพยายามขัดขวางการช่วยเหลือธนาคารและบริษัทรถยนต์ในยุคโอบามาหลังเกิดวิกฤตการเงินแฮมเบอร์เกอร์ใน พ.ศ.2553
ครับ! เมื่อดูภาพรวมแล้วดูนายทิม วอลซ์ออกจะมีภาษีดีกว่านาย เจ.ดี. แวนซ์ ไม่น้อยนะครับ
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

