IAEA ชี้ไม่พบซากโดรน ยังระบุสาเหตุไฟไหม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุดยุโรปไม่ได้
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ระบุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 สิงหาคม ว่า ตัวแทนของไอเออีเอได้เข้าตรวจสอบหอหล่อเย็นที่ได้รับความเสียหายของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียของยูเครนที่อยู่ในความควบคุมของรัสเซียแล้ว แต่ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทันที
แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของไอเออีเอแจ้งว่า เบื้องต้นทีมงานของไอเออีเอไม่พบร่องรอยของซากโดรน และประเมินว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ต้นของของไฟที่ลุกไหม้จะเริ่มต้นที่ฐานของหอหล่อเย็น ทำให้จากการค้นพบและสังเกตการณ์จนถึงขณะนี้ ทีมงานยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่ชัดเจนของไฟไหม้ได้
ไอเออีเอระบุด้วยว่า ความเสียหายหลักกระจุกอยู่ที่ภายในหอคอยที่ระดับจุดกระจายน้ำของหัวฉีดที่มีความสูงประมาณ 10 เมตร และยืนยันว่าไม่พบสัญญานรบกวนใดๆ ของเศษซาก เถ้าถ่าน หรือเขม่าที่บริเวณฐานของหอคอยหล่อเย็น
“ความปลอดภัยของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เนื่องจากหอหล่อเย็นไม่ได้ทำงานอยู่ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น” ไอเออีเอสรุป
ทั้งรัสเซียและยูเครนยืนยันว่า ไม่พบสัญญานการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสี แต่ยังคงกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าเป็นฝ่ายทำให้เกิดไฟไหม้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซียซึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว โดยรัสเซียกล่าวหาว่าไฟไหม้จากการโจมตีด้วยโดรน ขณะที่ยูเครนบอกว่ามาจากความประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็จากการวางเพลิงโดยรัสเซีย

