สื่อนอกตีข่าว ‘เศรษฐา’ หลุดนายกฯ ชี้ทำการเมืองไทยปั่นป่วน สะท้อนสัมพันธ์ทักษิณ
สื่อต่างประเทศหลายสำนัก อาทิ สำนักข่าวรอยเตอร์ เอเอฟพี เอพี ซีเอ็นเอ็น และแชนแนลนิวส์เอเชีย ต่างตีข่าวไปทั่วโลกที่ศาลรัฐธรรมนูญของไทยมีคำตัดสินให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากการละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมในการแต่งตั้งรัฐมนตรี กรณีที่ 40 สว.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการถอดถอนนายเศรษฐาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ
โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่าคำตัดสินของศาลให้นายเศรษฐาพ้นจากตำแหน่ง จะทำให้ไทยเผชิญกับความปั่นป่วนทางการเมืองมากขึ้นและจะเป็นการรีเซ็ทพันธมิตรรัฐบาลใหม่ และว่า นายเศรษฐากลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของไทยในรอบ 16 ปี ที่ถูกศาลเดียวกันตัดสินถอดถอนออกจากตำแหน่ง
รอยเตอร์รายงานว่า การถอดถอนนายเศรษฐาหลังจากที่นำการบริหารประเทศได้ไม่ถึงหนึ่งปี หมายความว่ารัฐสภาจะต้องจัดประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งรอยเตอร์ชี้ว่ามีโอกาสที่จะเกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นในประเทศไทยที่ถูกยึดอำนาจมานานถึงสองทศวรรษจากการรัฐประหารและคำตัดสินของศาลที่สั่งยุบพรรคการเมืองหลายพรรค โดยคำตัดสินนี้ยังมีขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งตัดสินยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากปมเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
รอยเตอร์ระบุอีกว่า คำตัดสินนี้อาจสั่นคลอนการสงบศึกที่เปราะบางระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลกับฝ่ายตรงข้ามในกลุ่มอนุรักษ์นิยมและกลุ่มทหารเก่า ซึ่งทำให้นายทักษิณได้กลับประเทศในปี 2566 หลังจากลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในต่างประเทศมานานถึง 15 ปี ทั้งนี้รอยเตอร์ระบุด้วยว่าเป็นที่คาดหมายว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นผู้นั่งรักษาการนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ดี รอยเตอร์อ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการเมืองว่ามีแนวโน้มว่าพรรคเพื่อไทยจะยังคงมีอิทธิพลในการเป็นผู้นำคณะรัฐบาลชุดต่อไป หลังจากมีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ต่างตอบแทนมาระยะหนึ่งแล้ว
รอยเตอร์ยังได้ระบุชื่อแคนดิเดตผู้ที่อาจขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยคนแรกคือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากรัฐสภาเลือกให้นางสาวแพทองธารดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จะเป็นสมาชิกตระกูลชินวัตรคนที่ 3 ที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วยังมีชื่อของนายชัยเกษม นิติสิริ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานถึงการที่นายเศรษฐาพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ โดยบอกว่าคำตัดสินดังกล่าวยิ่งทำให้ภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทยปั่นป่วนยิ่งขึ้น และสร้างความประหลาดใจให้แก่นักวิเคราะห์ทางการเมืองที่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ตัดสินให้นายเศรษฐาพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
สำนักข่าวเอพีรายงานการพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐาเช่นกัน โดยบอกว่าการยื่นถอดถอนนายเศรษฐาถูกมองว่าเป็นการกระทำที่เอื้อกับพรรคการเมืองที่ฝักใฝ่กองทัพซึ่งเป็นพรรคแนวร่วมรัฐบาล ซึ่งการตัดสินของศาลมีขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินยุบพรรคก้าวไกล
ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญส่งสัญญาณถึงความไม่มั่นคงทางการเมืองของไทย ซึ่งเคยมีการรัฐประหารหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2014
สื่อสิงคโปร์ สำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชีย (ซีเอ็นเอ) รายงานว่านายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี จะรับหน้าที่รักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้อ้างอิงการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองว่าพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นผู้นำในรัฐบาลใหม่ด้วย
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สมาชิกวุฒิสภาที่ถูกแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารเป็นผู้ยื่นฟ้องร้องนายเศรษฐาในคดีนี้ โดยศาลไทยชี้ว่านายเศรษฐารับทราบถึงคำพิพากษาตัดสินคดีของนายพิชิต ชื่นบานเมื่อปี 2551 อยู่แล้ว แต่ยังคงแต่งตั้งเขาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การตัดสินของศาลในครั้งนี้ทำให้ทั้งนายเศรษฐาและคณะรัฐมนตรีพ้นจากอำนาจ ทำให้ตอนนี้รัฐสภาจำเป็นต้องเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ อีกทั้งเอเอฟพีรายงานการให้สัมภาษณ์ของนายเศรษฐาหน้าทำเนียบรัฐบาลหลังคำตัดสินด้วยว่า เขาเคารพคำตัดสินของศาลและยืนยันว่าเขาพยายามและมีความตั้งใจที่จะบริหารประเทศด้วยความสุจริต

