หน้าแรก ต่างประเทศ ‘อีซีดีซี’ เต...

‘อีซีดีซี’ เตือนยุโรป เตรียมพร้อมรับมือโรคฝีดาษลิง แนะนักเดินทางฉีดวัคซีน หากไปพื้นที่เสี่ยง

17.08.24 | 09:08 น.
ภาพเอเอฟพี

‘อีซีดีซี’ เตือนยุโรป เตรียมพร้อมรับมือโรคฝีดาษลิง แนะนักเดินทางฉีดวัคซีน หากไปพื้นที่เสี่ยง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งยุโรป(อีซีดีซี) ออกมาเรียกร้องเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ให้ชาติสมาชิกเตรียมความพร้อมสำหรับการที่อาจจะมีผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง หรือเอ็มพ็อกซ์ ในยุโรปเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นท่าทีที่มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากสวีเดนพบผู้ป่วยฝีดาษลิงในประเทศที่นับเป็นรายแรกที่พบนอกทวีปแอฟริกาซึ่งมีการระบาดของโรคฝีดาษลิงอยู่ในขณะนี้

อีซีดีซีระบุว่าความเสี่ยงโดยรวมสำหรับประชากรทั่วไปในสหภาพยุโรป(อียู)และเขตเศรษฐกิจยุโรป(อีเอเอ)รวม 30 ประเทศต่อโรคฝีดาษลิงยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดีโอกาสที่ผู้คนจากยุโรปจะเดินทางไปยังพื้นที่ซึ่งมีการติดต่อใกล้กับชิดกับชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคฝีดาษลิงนั้นมีความเป็นไปได้สูง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงปานกลางสำหรับการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยจากที่อื่น เนื่องจากทวีปยุโรปและทวีปแอฟริกามีการเชื่อมต่อใกล้ชิดกัน  จึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับกรณีที่อาจมีผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ clade I ซึ่งมีความรุนแรงจากที่อื่นเข้ามาในยุโรป

อีซีดีซียังแนะนำให้หน่วยงานสาธารณสุขในอียู/อีอีเอ คงการวางแผนเตรียมพร้อมและสร้างความตระหนักรู้ในระดับสูงเพื่อที่จะสามารถตรวจพบและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว โดยชี้ว่าการรับรองการเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพ การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การสืบสวนทางระบาดวิทยา และความสามารถในการติดตามผู้สัมผัสโรคนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจหาผู้ป่วย

บีบีซีรายงานด้วยว่า อีซีดีซียังได้แนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในทวีปแอฟริกา ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงด้วย โดยผู้ที่เคยฉีดวัคซีนป้องกันเอ็มพอกซ์มาแล้ว อาจต้องการฉีดเพิ่มเพียงโดสเท่านั้นแทนที่จะฉีด 2 โดส

Advertisement

การออกคำเตือนของอีซีดีซีมีขึ้นหลังจากสวีเดนและปากีสถานพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงรายแรกนอกทวีปแอฟริกาตามลำดับ หลังจากองค์การอนามัยโลก(WHO) เพิ่งประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลกเมื่อกลางสัปดาห์ หลังจากมีการแพร่ระบาดหนักของเชื้อไวรัสฝีดาษลิงในทวีปแอฟริกา โดยเริ่มจากในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก(ดีอาร์คองโก)และลุกลามไปยังชาติเพื่อนบ้านหลายประเทศ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเฉพาะในดีอาร์คองโกอย่างน้อย 450 รายในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา