WHO ยัน ‘ฝีดาษลิง’ ไม่ใช่โควิดสายพันธุ์ใหม่ ฟิลิปปินส์เผยเชื้อพบในประเทศไม่รุนแรง
องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาย้ำเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมว่า ฝีดาษลิงไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่หรือเก่า ไม่ใช่โควิดสายพันธุ์ใหม่ เพราะเจ้าหน้าที่ทราบดีว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดอย่างไร
นายฮานส์ คลูจ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวระหว่างแถลงข่าวกับสื่อมวลชนประจำสหประชาชาติว่า เราสามารถและจะต้องจัดการกับฝีดาษลิงร่วมกัน
“ดังนั้นเราจะเลือกใช้ระบบเพื่อควบคุมและกำจัดฝีดาษลิงทั่วโลกหรือไม่ หรือเราจะเข้าสู่วัฏจักรแห่งความตื่นตระหนกและการปล่อยปละละเลยอีกครั้ง วิธีการตอบสนองของเราในเวลานี้และในปีต่อๆ ไป จะเป็นการทดสอบที่สำคัญสำหรับยุโรปและโลก” คลูจกล่าว
ฝีดาษลิงเป็นการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดตุ่มหนองและมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แม้มันมักจะไม่รุนแรงแต่ก็สามารถทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยสายพันธุ์ clade 1b สามารถก่อให้เกิดความกังวลไปทั่วโลก เพราะดูเหมือนมันจะแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัส
คลูจกล่าวว่า การมุ่งความสนใจไปที่ฝีดาษลิงสายพันธุ์ clade 1b จะช่วยให้การต่อสู้กับสายพันธุ์ clade 2 ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 2022 เพราะมันทำให้ยุโรปสามารถปรับปรุงการตอบสนองผ่านการให้คำแนะนำด้านสุขภาพและการเฝ้าระวังที่ดีขึ้น
โฆษกขององค์การอนามัยโลกระบุว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องตื่นตัวในการเฝ้าระวัง และมีความยืดหยุ่นในกรณีที่เกิดเชื้อใหม่ที่แพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น หรือกลุ่มเชื้อที่เปลี่ยนเส้นทางการแพร่ระบาด อย่างไรก็ดียังไม่มีคำแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยแต่อย่างใด
ด้านเตโอโดโร เฮอร์โบซา รัฐมนตรีสาธารณสุขฟิลิปปินส์ กล่าวถึงฝีดาษลิงที่ตรวจพบในประเทศเมื่อไม่นานมานี้ว่า เชื้อที่ตรวจพบเป็นสายพันธุ์ clade 2 ชนิดที่ไม่รุนแรง ซึ่งถือเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม และน่าจะแพร่ระบาดอยู่ในชุมชนอยู่แล้ว ไม่ใช่เชื้อสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในแอฟริกา
เฮอร์โบซากล่าวว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นชาวฟิลิปปินส์วัย 33 ปีที่ไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกประเทศ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์อีก 9 รายที่เคยติดเชื้อมาก่อนหน้านี้ก็หายดีแล้ว
เมื่อสัปดาห์ก่อน องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้ฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลก ซึ่งถือเป็นการเตือนภัยสูงสุดต่อโรคฝีดาษลิงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี หลังเกิดการแพร่ระบาดขึ้นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและแพร่กระจายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

