ฟรีดอมเฮาส์เผย รัฐบาล 55 ชาติใช้ข้อจำกัดเดินทาง ปราบปรามผู้เห็นต่าง
ฟรีดอมเฮาส์ องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำงานเพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพทั่วโลกเผยแพร่รายงาน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ว่า รัฐบาลอย่างน้อย 55 ประเทศทั่วโลกใช้ข้อจำกัดด้านการเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
วิธีที่ถูกนำมาใช้มีตั้งแต่การเพิกถอนสัญชาติ การประกาศห้ามเดินทาง การยึดหนังสือเดินทาง ไปจนถึงการงดการให้บริการด้านกงสุล เพื่อจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของบุคคลที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม
รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยอ้างอิงการสัมภาษณ์บุคคล 31 คนจากหลากหลายชาติ ประกอบด้วย เบลารุส อินเดีย นิการากัว รวันดา และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเคยเผชิญกับการถูกควบคุมการเดินทางด้วยตนเอง
ฟรีดอมเฮาส์ระบุว่า รัฐบาลที่ถูกอ้างถึงในรายงาน 1 ใน 4 ใช้วิธีดังกล่าวในการตอบโต้ผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองหรือผู้เห็นต่าง
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าจับตามองมากที่สุดคือการลอบสังหารนายจามาล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนตุลาคม 2018 ซึ่งถูกสังหารเมื่อเข้าไปรับเอกสารสำหรับการแต่งงานที่สถานกงสุลใหญ่ซาอุดีอาระเบียในอิสตันบูล ประเทศตุรกี
นอกจากนี้ยังมีการระบุถึงนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยจากฮ่องกง 6 คนที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ ซึ่งถูกยกเลิกหนังสือเดินทางเมื่อเดือนมิถุนายน
ทั้งนี้ ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่มีการนำการเพิกถอนสัญชาติมาใช้มากที่สุด โดยทางการบาร์เรน อียิปต์ คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เพิกถอนสัญชาตินักเคลื่อนไหวทางการเมือง นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน นักข่าว และบุคคลอื่นๆ อีกหลายร้อยคนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ฟรีดอมเฮาส์ระบุด้วยว่า รัฐบาลกว่า 40 ประเทศกำหนดข้อจำกัดในการเดินทางเข้าออกจากประเทศ ขณะที่ในหลายประเทศซึ่งรวมถึงอินเดียและซาอุดีอาระเบีย ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายจะทราบเรื่องต่อเมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน
นอกจากนี้มี 38 ประเทศจำกัดการเดินทางด้วยการควบคุมการเข้าถึงเอกสารสำคัญ อาทิ หนังสือเดินทาง และ 12 ประเทศปฏิเสธการให้บริการด้านกงสุล เช่นการต่ออายุหนังสือเดินทาง การออกสูติบัตร หรือใบทะเบียนสมรส

