แอฟริกา เร่งฉีดวัคซีนป้องกันฝีดาษลิง เผยสัปดาห์ก่อน พบป่วยเพิ่ม 1,400 ราย ชาติยุโรปดีลซื้อวัคซีน
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นอ้างนายฌอง คาเซยา ผู้อำนวยการกรมควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ของแอฟริกา เปิดเผยถึงการรับมือกับการระบาดของโรคฝีดาษลิงในภูมิภาคว่า ในแอฟริกายังไม่ได้เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิง แต่เราจะสามารถเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว โดยภายในปลายสัปดาห์หน้าวัคซีนจะเริ่มมาถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และประเทศอื่นๆ
ทั้งนี้ดีอาร์คองโก เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงครั้งนี้ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ จากการมีการระบาดของสายพันธุ์รุนแรง เคลด1b ที่เริ่มพบระบาดในดีอาร์คองโก ก่อนแพร่กระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ซีดีซีแอฟริการะบุอีกว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงรายใหม่ทั่วแอฟริการาว 1,400 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงในทวีปแอฟริกาเพิ่มขึ้นรวมเป็นทั้งสิ้นเกือบ 19,000 รายแล้วนับจากต้นปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 100% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่การระบาดครั้งล่าสุดได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วมากกว่า 500 ราย
การแพร่ระบาดทำให้เกิดการแย่งชิงวัคซีนกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในแอฟริกากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อรับมือกับปริมาณวัคซีนที่ไม่เพียงพอ
มีรายงานว่า บาวาเรียน นอร์ดิก บริษัทผู้ผลิตวัคซีนในประเทศเดนมาร์ก ได้ลงนามในข้อตกลงที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงจำนวน 440,000 โดส ให้กับชาติยุโรปที่ไม่มีการระบุว่าเป็นประเทศใด โดยบาวาเรียน นอร์ดิกกล่าวว่า คำสั่งซื้อดังกล่าวเป็นที่สิ่งคาดหวังและรวมอยู่ในการคาดการณ์ของบริษัทสำหรับปีนี้ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตที่เหลืออยู่ในการจะสนับสนุนรัฐบาลและองค์กรต่างๆ เพื่อรับมือกับโรคฝีดาษลิง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บาวาเรียน นอร์ดิก กล่าวว่า พร้อมที่จะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงได้มากถึง 10 ล้านโดสตามเป้าที่คาดหมายไว้ภายในสิ้นปี 2568 ขณะที่องค์การอนามัยโลกเรียกร้องก่อนหน้านี้ให้มีเพิ่มการผลิตวัคซีนครั้งใหญ่และกล่าวว่าการรณรงค์ให้วัคซีนต้องเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบ

