ไม่คุ้มเสี่ยง! สหราชอาณาจักรเตือน นักเดินทางจาก 3 ปท.รวมไทย หลังจับกุมการลอบนำกัญชาเข้าเพิ่มสูงขึ้น
สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมระบุว่า หน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (National Crime Agency : NCA) แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากไทย แคนาดา และสหรัฐอเมริกาว่า การลักลอบนำกัญชาเข้าสหราชอาณาจักรมีโทษจำคุก หลังมีปริมาณการลักลอบจากประเทศต้นทางทั้ง 3 แห่งเพิ่มสูงขึ้น
ในปี 2567 ทางการสหราชอาณาจักรได้จับกุมตัวผู้ที่ลักลอบนำเข้ากัญชามาทางเครื่องบินโดยสารถึง 378 ราย และตรวจยึดกัญชาปริมาณถึง 15 ตัน มากกว่าจำนวนในปี 2566 ถึง 3 เท่า ซึ่งมีการตรวจยึดกัญชาได้ 5 ตันและจับกุมผู้คน 136 ราย และมากกว่าปี 2565 ที่ตรวจยึดได้เพียง 2 ตัน
ในปีที่ผ่านมา มีผู้ที่ถูกจับกุม 71 ครั้งมาจากท่าอากาศยานในสหรัฐอเมริกา 24 ครั้งจากประเทศไทย และ 24 ครั้งจากแคนาดา ในปี 2567 กว่าครึ่งของการจับกุมเป็นกัญชาที่มาจากไทยเป็นจำนวน 184 กรณี กัญชาจากแคนาดา 75 กรณี และกัญชาจากอเมริกา 47 กรณี
ผู้ลักลอบหลายคนได้รับคำแนะนำจากผู้ชักชวนว่าหากถูกจับได้จะแค่ถูกปรับเท่านั้น ทว่า การลักลอบนำเข้ากัญชามายังสหราชอาณาจักรมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 14 ปี โดยส่วนใหญ่สามารถจับกุมกัญชาปริมาณ 15 ถึง 40 กิโลกรัมได้จากที่ผู้โดยสารซุกซ่อนในกระเป๋าสัมภาระที่โหลดไว้ใต้ท้องเครื่อง
หนึ่งในการตรวจค้นจับกุมครั้งใหญ่ที่สุดที่ท่าอากาศยานแมนเชสเตอร์คือ กรณีของ Fernando Mayans Fuster ชายสัญชาติสเปนอายุ 51 ปี ผู้ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานแมนเชสเตอร์เมื่อเดือนพฤษภาคม หลังพยายามลักลอบนำกัญชาปริมาณ 158 กิโลกรัมซุกซ่อนมาในกระเป๋า 8 ใบ เดินทางจากนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤษภาคม
อีกกรณีคือ Mayans Fuster ที่ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี 4 เดือน ที่ศาล Manchester Minshull Street Crown Court เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ผู้โดยสารสัญชาติอังกฤษ 11 คน ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานเมืองเบอร์มิงแฮม หลังพยายามลักลอบนำเข้ากัญชาปริมาณ 510 กิโลกรัมมาในกระเป๋าเดินทาง 28 ใบ ก่อนเดินทางถึงสหราชอาณาจักร ผู้โดยสารกลุ่มนี้เดินทางจากประเทศไทย และเปลี่ยนเครื่องที่ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล ทั้งหมดได้รับประกันตัวจนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน และรอการสืบสวนจากหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติ โดยเชื่อว่าผู้ถูกจับกุมมีความเชื่อมโยงกัน
ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติระบุว่า แนวโน้มการลักลอบนำเข้ามีมากขึ้นจากการที่องค์กรอาชญากรรมเข้าถึงกัญชาที่ปลูกอย่างถูกกฎหมายในต่างประเทศ และจัดหาผู้ลักลอบนำเข้ามายังสหราชอาณาจักรที่จะทำกำไรให้มากกว่าการปลูกเอง
โดยหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติจะทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในสหราชอาณาจักรและประเทศหุ้นส่วนเพื่อจับตาเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง ตรวจยึดการขนส่งยา และตัดวงจรองค์กรอาชญากรรมต่อไป
สหราชอาณาจักรยังเรียกร้องให้ผู้ที่ได้รับการติดต่อเพื่อลักลอบนำเข้ากัญชาให้คิดอย่างรอบคอบถึงผลที่อาจจะเกิดขึ้นจากการกระทำรวมทั้งความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

