หน้าแรก ต่างประเทศ กดขี่เสรีภาพ!...

กดขี่เสรีภาพ! ศาลฮ่องกงตัดสิน 2 บรรณาธิการ องค์กรสื่อฝักใฝ่ปชต. มีความผิดฐานยุยงปลุกปั่น

29.08.24 | 18:31 น.
นายชุง ปุยกวน อดีตบรรณาธิการของสำนักข่าวสแตนนิวส์ ที่ถูกสั่งปิดไปแล้ว เดินออกมาจากศาลแขวงฮ่องกง หลังได้รับอนุญาตให้ประกันตัวได้ หลังจากถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐานยุยงปลุกปั่น เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม (เอเอฟพี)

กดขี่เสรีภาพ! ศาลฮ่องกงตัดสิน 2 บรรณาธิการ องค์กรสื่อฝักใฝ่ปชต. มีความผิดฐานยุยงปลุกปั่น

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สำนักข่าวสแตนด์นิวส์ องค์กรสื่อฝักใฝ่ประชาธิปไตยที่ถูกสั่งปิดไปแล้ว และอดีตบรรณาธิการข่าว 2 คนของสแตนด์นิวส์ คือ นายชุง ปุยกวน อายุ 54 ปี และนายแพทริก ลัม อายุ 36 ปี ถูกศาลฮ่องกงตัดสินว่ามีความผิดในข้อหายุยงปลุกปั่น จากการร่วมกันเผยแพร่บทความและข้อเขียนแสดงความเห็นรวม 17 ชิ้น ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมปี 2563-เดือนธันวาคมปี 2564

โดยทั้งสองอาจเผชิญโทษจำคุกสูงถึง 2 ปีได้ในการตัดสินโทษที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 26 กันยายนนี้

รอยเตอร์

นายชุงและนายแพทริก ถือเป็นผู้สื่อข่าวสองรายแรกในฮ่องกงที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นนับจากเกาะฮ่องกง อดีตอาณานิคมของอังกฤษ ถูกส่งมอบคืนกลับสู่อาณัติปกครองของจีนในปี 2540 และเป็นคำตัดสินที่สะท้อนให้เห็นถึงการปราบปรามเสรีภาพในการพูดอีกครั้งในฮ่องกง ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้มีการปราบปรามผู้เห็นต่างที่ฝักใฝ่ประชาธิปไตยด้วยการจำคุก หรือบีบคั้นจนทำให้ต้องพากันลี้ภัยหนีออกนอกประเทศไป หลังจากมีการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในฮ่องกงขึ้นในปี 2562 เป็นต้นมา

ผู้พิพากษาศาลแขวงฮ่องกงกล่าวว่า นายชุงและนายลัม มีความผิดในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกันเผยแพร่และผลิตซ้ำสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาปลุกปั่น โดยเบสต์ เพนซิล จำกัด อันเป็นบริษัทแม่ของสแตนด์นิวส์ ก็มีความผิดด้วย

Advertisement

“แนวทาง(สแตนด์นิวส์)ใช้เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการปกครองตนเองของฮ่องกงและมันยังกลายเป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่ทางการ(ปักกิ่ง)และรัฐบาลเขตบริหารพิเศษ(ฮ่องกง)” คำตัดสินเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้พิพากษาระบุ

รอยเตอร์

ทั้งนี้นายลัมไม่ได้มาฟังคำวินิจจัยของศาลเนื่องจากมีอาการป่วย โดยผู้พิพากษายังให้จำเลยทั้งสองได้ประกันตัว ก่อนที่จะมาขึ้นศาลในนัดต่อไปเพื่อฟังคำตัดสินโทษในวันที่ 26 กันยายนนี้

เบห์ ลีห์ อี จากคณะกรรมการปกป้องผู้สื่อข่าวกล่าววิจารณ์การตัดสินคดีนี้ว่า การสื่อสารมวลชนไม่ใช่การปลุกระดม คำตัดสินที่กดขี่ในวันนี้แสดงให้เห็นว่าฮ่องกงกำลังก้าวสู่ความเป็นเผด็จการมากยิ่งขึ้นและการไม่ปฏิบัติตามแนวทางของทางการอาจทำให้ใครก็ตามติดคุกได้

ขณะที่ด้านหน้าศาลมีกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 100 คน รวมถึงผู้สนับสนุนและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน รวมตัวกันอยู่ก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสิน อดีตนักข่าวรายหนึ่งเรียกการพิจารณาคดีสแตนด์นิวส์ว่า เป็นคดีสำคัญที่เป็นการปราบปรามเสรีภาพสื่อ นายชุงเพียงทำในสิ่งที่ผู้สื่อข่าวพึงกระทำในหน้าที่ของตนเอง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้มีการนำไปสู่ความผิดทางอาญาและการจำคุกแต่อย่างใด

ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ยังมีการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลต่างชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย ได้เข้าฟังการไต่สวนคดีด้วย

ด้านสหรัฐอเมริกาได้ประณามการดำเนินคดีกับผู้สื่อข่าวในฮ่องกง โดยชี้ว่าการดำเนินคดีต่อบรรณาธิการของสแตนด์นิวส์สร้างผลกระทบที่น่าหวาดกลัวต่อผู้ร่วมวิชาชีพในวงการสื่อสารมวลชน