‘แฮร์ริส’ ให้สัมภาษณ์สื่อครั้งแรกหลังรับธงเดโมแครต ลั่นคุมเข้มชายแดน-ยันหนุนอาวุธอิสราเอล
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการลงศึกเลือกตั้งสหรัฐ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม โดยให้คำมั่นว่าจะเข้มงวดต่อเรื่องผู้อพยพเข้ามาในสหรัฐมากขึ้น และจะยังคงส่งอาวุธให้กับอิสราเอลต่อไป โดยนี่ถือเป็นการให้สัมภาษณ์กับสื่อใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เธอได้รับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้งสหรัฐ
แฮร์ริสให้สัมภาษณ์ร่วมกับนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ที่เป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีกับนางแฮร์ริส เธอกล่าวว่าเธอคือคนที่ดีที่สุดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เธอให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้มีกฎหมายชายแดนที่ครอบคลุมซึ่งจะช่วยทำให้การเข้ามาในสหรัฐมีความรัดกุมมากขึ้น และจะใช้กฎหมายเอาผิดผู้ที่ลักลอบข้ามชายแดนเข้ามาในสหรัฐอย่างผิดกฎหมาย หลังก่อนหน้านี้มีเสียงวิจารณ์ว่านางแฮร์ริสมีท่าทีต่อเรื่องการอพยพเข้าเมืองอ่อนเกินไป
สำหรับอีกประเด็นร้อนในสนามการเมืองสหรัฐอย่างการทำสงครามในฉนวนกาซาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส แฮร์ริสกล่าวว่าเธอจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในเรื่องอิสราเอล รวมถึงการส่งอาวุธให้กับอิสราเอล แฮร์ริสกล่าวว่าเธอสนับสนุนให้อิสราเอลมีความเข้มแข็งแต่เราต้องบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันออกจากฉนวนกาซา และมีชาวปาเลสไตน์ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตมากเกินไป
แฮร์ริสกล่าวอีกว่าหากเธอได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เธอจะแต่งตั้งสมาชิกพรรครีพับลิกัน 1 คนในคณะรัฐมนตรีของเธอ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีคนที่มีมุมมองและประสบการณ์แตกต่างอยู่ในคณะรัฐมนตรี ซึ่งคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันเอง แต่แฮร์ริสยังกล่าวโจมตีนายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันว่าทำลายบุคลิกและความเข้มแข็งในสิ่งที่ทำให้เราเป็นชาวอเมริกันและทำให้อเมริกาแตกแยก แต่ผู้คนพร้อมแล้วสำหรับทิศทางใหม่ข้างหน้า
นอกจากนั้น แฮร์ริสประกาศว่าเธอจะไม่แบนการจุดเจาะน้ำมันและแก๊สที่เรียกว่า Fracking ที่เป็นการฉีดน้ำ ทราย และสารเคมีด้วยกำลังอัดแรงสูงเข้าไปที่ชั้นหินลึกใต้ดินเพื่อให้ปล่อยน้ำมันและแก๊สในชั้นหินออกมา ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีของเธอจากก่อนหน้านี้ที่เคยคัดค้านและยุติการถกเถียงเกี่ยวกับวิธีการจุดเจาะน้ำมันและแก๊สด้วยวิธีดังกล่าวในรัฐเพนซิลเวเนียที่เป็นรัฐสวิงสเตทที่อาจตัดสินผู้ชนะในการเลือกตั้งสหรัฐ
การออกมาแสดงความเห็นของเธอเป็นความพยายามที่จะเรียกเสียงสนับสนุนจากชาวอเมริกันสายกลางที่กังวลเรื่องผู้อพยพและราคาเชื้อเพลิง แต่ก็พยายามที่จะรักษาฐานเสียงฝ่ายซ้ายของตนเองเอาไว้ โพลสำรวจความคิดเห็นของรอยเตอร์/อิปซอสที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ชี้ว่าคะแนนนิยมของแฮร์ริสยังคงนำหน้าทรัมป์อยู่ที่ 45% ต่อ 41% โดยแฮร์ริสมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นจากการสำรวจความคิดเห็นในปลายเดือนกรกฎาคมซึ่งแฮร์ริสมีความนิยมนำหน้าทรัมป์ 1% แฮร์ริสนำหน้าทรัมป์ในหมู่ชาวอเมริกันที่เป็นผู้หญิงและชาวฮิสแปนิกอยู่ที่ 49% ต่อ 36% แต่ทรัมป์ยังคงได้รับความนิยมมากกว่าแฮร์ริสในหมู่ชาวอเมริกันผิวขาวและผู้ชาย
โพลของรอยเตอร์/อิปซอสยังบอกอีกว่า ชาวอเมริกันที่ลงทะเบียนว่าสนับสนุนรีพับลิกันราว 73% รู้สึกตื่นเต้นกับการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้มากขึ้นหลังแฮร์ริสกลายเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตแทนที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ขณะที่ 52% ของผู้ที่สนับสนุนแฮร์ริสบอกว่าจะเลือกแฮร์ริสเพราะสนับสนุนในตัวเธอมากกว่าที่จะลงคะแนนให้เพื่อขัดขวางไม่ให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สวนทางกับโพลสำรวจในเดือนมีนาคมที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 61% บอกว่าจะเลือกไบเดนเพราะไม่อยากเห็นทรัมป์เป็นผู้นำสหรัฐอีกสมัย เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนของทรัมป์ที่ 64% บอกว่าเลือกทรัมป์เพราะสนับสนุนทรัมป์มากกว่าที่อยากจะขัดขวางแฮร์ริส

