โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: เจาะปมรวบซีอีโอ ‘เทเลแกรม’ ผิดจริงหรือเกมการเมือง?

2.09.24 | 06:40 น.
FILE PHOTO REUTERS

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: เจาะปมรวบซีอีโอ ‘เทเลแกรม’ ผิดจริงหรือเกมการเมือง?

ในโลกนี้มีแพลตฟอร์มออนไลน์มากมาย หากพูดถึงสหรัฐคงนึกถึงเฟซบุ๊ก ญี่ปุ่นอาจนึกถึงไลน์ จีนคงหนีไม่พ้น วีแชต และ เว่ยป๋อ ส่วนรัสเซียย่อมเป็น เทเลแกรม และ Vkontakte หรือ วีเค แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดข่าวใหญ่เมื่อ พาเวล ดูรอฟ ซีอีโอและผู้ก่อตั้งเทเลแกรม วัย 39 ปีถูกตำรวจฝรั่งเศสจับกุมคาสนามบินเลอ บูเกต์ นอกกรุงปารีส เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ในข้อหาว่าแอพพ์ของเขาถูกใช้ในการทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ทำให้เกิดคำถามว่าเทเลแกรมคืออะไร และการเอาผิดซีอีโอของหนึ่งในแพลตฟอร์มออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของโลก ผู้ได้ฉายาว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กแห่งรัสเซีย มีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่?

เทเลแกรม โซเชียลมีเดียยอดฮิต แต่ถูกใช้แบบผิดๆ

เทเลแกรมคือหนึ่งในโซเชียลมีเดียและแอพพลิเคชั่นส่งข้อความที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ใช้งานมากถึง 950 ล้านคนต่อเดือนและได้รับความนิยมทั้งในรัสเซีย ยูเครน ไปจนถึงกลุ่มฝักใฝ่ประชาธิปไตยในอิหร่านและฮ่องกง แพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังนี้ก่อตั้งโดย นายพาเวล ดูรอฟ และ นายนิโคไล ดูรอฟ พี่ชายของเขาในปี 2013 โดยพาเวลทำหน้าที่ให้การสนับสนุนด้านการเงินและไอเดีย ส่วนนิโคไลสนับสนุนด้านเทคโนโลยี

เทเลแกรมมีระบบ end to end encryption หมายถึงการเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง แปลว่ามีเพียงผู้ที่ส่งข้อความและได้รับข้อความเท่านั้นที่จะสามารถอ่านข้อความนั้นได้ แต่ระบบจะให้ผู้ใช้งานเป็นคนเปิดการสนทนาแบบนั้น ซึ่งหากมีการเปิดใช้งานเทเลแกรมเองก็ไม่สามารถอ่านข้อความเหล่านั้นได้ เทเลแกรม แตกต่างจากโซเชียลมีเดียอื่นๆ อย่าง วอตส์แอปป์ ตรงที่จำนวนผู้ที่สามารถอยู่ในกลุ่มแชทในแพลตฟอร์มนั้นๆ วอตส์แอปป์จำกัดผู้ใช้งานสูงสุด 1,024 คนต่อกลุ่ม แต่เทเลแกรมสามารถมีสมาชิกในกลุ่มๆ หนึ่งมากถึง 200,000 คน ผู้เชี่ยวชาญจึงกังวลว่าข่าวปลอมอาจถูกเผยแพร่ได้ง่ายในกลุ่มที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และมีการกล่าวหาว่ามีการแชร์เนื้อหาของทฤษฎีสมคบคิด ลัทธินีโอนาซี กลุ่มคนชอบร่วมเพศกับเด็ก และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในแพลตฟอร์มของเทเลแกรม

Advertisement

รัฐบาลของชาติตะวันตกมักโจมตีเทเลแกรมว่ามีการกลั่นกรองเนื้อหาของกลุ่มหัวรุนแรงและเนื้อหาที่ผิดกฎหมายน้อยกว่าโซเชียลมีเดียอื่นๆ อยู่มาก ทำให้เทเลแกรมอาจถูกนำไปใช้ในการฟอกเงิน ค้ายาเสพติด และแชร์สื่อที่เกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในผู้เยาว์ นายเดวิด เทียล นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดให้ความเห็นว่า เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มส่งข้อความอื่นๆ แล้ว เทเลแกรมมีความปลอดภัยน้อยกว่า มีนโยบายการใช้งานที่หละหลวม และมีการตรวจจับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายน้อยกว่า อีกทั้งเทเลแกรมดูเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย โดยเทเลแกรมเคยถูกทางการเยอรมนีปรับเงินและบราซิลเคยระงับการใช้เทเลแกรมชั่วคราวมาแล้วด้วยเหตุผลว่าไม่ยอมให้ความร่วมมือกับทางการ

พาเวล ดูรอฟคือใคร? เหตุใดจึงโดนตำรวจแดนน้ำหอมรวบคาสนามบิน?

นายพาเวล ดูรอฟ เกิดในประเทศรัสเซีย นอกจากเทเลแกรมแล้ว เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ วีเค เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย แต่วีเคถูกรัฐบาลรัสเซียกดดันให้ปิดกั้นกลุ่มของนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลรัสเซียในวีเค และขอให้ส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่มีส่วนร่วมในการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดียูเครนที่ฝักใฝ่รัสเซียในปี 2013 จนสุดท้ายนายดูรอฟขายหุ้นของตัวเองในวีเคในปี 2014 และย้ายไปพำนักในต่างประเทศ ทุกวันนี้เขาถือสัญชาติฝรั่งเศส รัสเซีย เซนต์คิตส์และเนวิส ซึ่งเป็นเกาะในทะเลแคริบเบียน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

ดูรอฟถูกตำรวจฝรั่งเศสจับกุมเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม และอัยการกรุงปารีสบอกว่าดูรอฟกำลังถูกสอบสวนอย่างเป็นทางการในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการดำเนินแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยอมให้มีการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย เผยแพร่ภาพการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และการค้ายาเสพติด และเทเลแกรมปฏิเสธที่จะแบ่งปันข้อมูลหรือเอกสารให้แก่เจ้าหน้าที่สอบสวนเมื่อถูกร้องขอตามกฎหมาย ลอร่า เบคคู อัยการศาลกรุงปารีส กล่าวว่า เทเลแกรมถูกใช้ในคดีอาชญากรรมหลายคดีและการที่เทเลแกรมแทบไม่ให้ความร่วมมือกับศาล ทำให้หน่วยงานคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ของอัยการศาลกรุงปารีสให้ความสนใจกับเรื่องนี้ จึงทำให้ทางการฝรั่งเศสเปิดสอบสวนถึงโอกาสที่จะเอาผิดทางอาญาต่อผู้บริหารของเทเลแกรมจากการกระทำความผิดเหล่านี้ในแอพพลิเคชั่นของเขา

ด้านเทเลแกรมกล่าวว่าทางบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายของสหภาพยุโรป (อียู) และการกลั่นกรองเนื้อหาในแอพพ์เป็นไปตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และเป็นเรื่องไร้เหตุผลที่จะอ้างว่าแพลตฟอร์มหรือเจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องรับผิดชอบกับการใช้แพลตฟอร์มในทางที่ผิด การจับกุมนายดูรอฟทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ไม่ว่าจะเป็น อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของแพลตฟอร์มออนไลน์ X ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเขา ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและรัสเซียเลวร้ายลง และทำให้เกิดคำถามว่านี่เป็นการเล่นงานด้วยกฎหมายที่มีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะไม่เคยมีเจ้าของโซเชียลมีเดียคนใดเคยถูกจับจากแนวทางที่แพลตฟอร์มออนไลน์ของเขาถูกนำไปใช้

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าวและการจับกุมนายดูรอฟเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่เป็นอิสระ พร้อมกับยืนยันว่าฝรั่งเศสให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงออก แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย แจน เพนฟรัต จาก European Digital Rights กล่าวว่าเขาประหลาดใจที่เห็นตำรวจฝรั่งเศสจับกุมดูรอฟ และคงประหลาดใจมากหากชาติอียูจับกุมอีลอน มัสก์ในข้อหาเดียวกัน เขายังสงสัยในข้อหาที่ดูรอฟถูกตั้งเพราะมันดูเหมือนเป็นการสุ่มและฟังไม่ขึ้น ถ้าให้เปรียบเทียบคงเหมือนเป็นการโทษบริษัทผลิตมีดว่ามีความผิดจากคดีคนใช้มีดแทงกัน

คงต้องจับตาดูต่อไปว่าฝรั่งเศสจะเดินหน้าเอาผิดดูรอฟอย่างไร เพราะซีอีโอโซเชียลมีเดียเจ้าอื่นๆ คงจับตาดูเรื่องนี้เหมือนกัน และคงกำลังร้อนๆ หนาวๆ ว่าใครจะโดนเล่นงานเป็นรายต่อไป เพราะต้องยอมรับว่าแพลตฟอร์มโซเชียลทุกแห่งล้วนมีเนื้อหาผิดกฎหมายทั้งนั้น!