บีบีซีรายงานว่า สิตี ไอชาห์ หญิงชาวอินโดนีเซียวัย 25 ปี ที่ถูกจับกุมตัวจากการเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยลอบสังหารนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า เธอได้รับเงินค่าจ้าง 400 ริงกิต (ราว 3,100 บาท) เพื่อให้ลงมือปฏิบัติภารกิจสังหารนายจอง นัมที่เธอเชื่อว่าเป็นการล้อเล่น
ข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตอินโดนีเซียประจำมาเลเซียได้เข้าพบกับไอชาห์ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ และภายหลังการพบปะกันเป็นเวลา 30 นาที นายอันเดรียโน เออร์วิน อัครราชทูตที่ปรึกษาของสถานทูตอินโดนีเซียประจำมาเลเซียเปิดเผยว่า ไอชาห์เล่าว่า เธอได้รับเงินค่าจ้างจากใครคนหนึ่งที่เธอได้พบ ซึ่งดูเหมือนเป็นคนญี่ปุ่นหรือไม่ก็คนเกาหลี เพื่อให้นำเบบี้ออยล์ หรือน้ำมันทาผิวเด็กไปป้ายที่หน้าของนายคิม เป็นส่วนหนึ่งของรายการเรียลิตี้โชว์ล้อกันเล่น
นายเออร์วินเปิดเผยว่า “จากคำบอกเล่าของเธอ บุคคลคนนั้นให้เงินเธอ 400 ริงกิตเพื่อว่าจ้างให้เธอลงมือทำเช่นนั้น”
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ทางการมาเลเซียแถลงว่า ผลการทดสอบที่ออกมาพบว่านายจอง นัมถูกลอบสังหารด้วยสารเคมีทำลายประสาทวีเอ็กซ์ ที่มีการผลิตเพื่อใช้ในสงครามอาวุธเคมี และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขึ้นบัญชีเป็นอาวุธทำลายล้างที่มีอานุภาพรุนแรง
เจ้าหน้าที่สถานทูตอินโดนีเซียหลายรายเปิดเผยด้วยว่า ดูจากภายนอกแล้ว เหมือนว่าเธอจะไม่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีดังกล่าว
ข่าวระบุว่า ด้านเจ้าหน้าที่สถานทูตเวียดนามในมาเลเซียได้เดินทางเข้าพบ ดออ่าน ถิ เฮือง หญิงชาวเวียดนามวัย 28 ปี ที่เป็นผู้ต้องสงสัยอีกรายในการลอบสังหารนายจอง นัมด้วย แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของการเข้าพบแต่อย่างใด

