สะเทือนรัฐบาล! พรรคขวาจัดเยอรมนีคว้าชัยเลือกตั้งระดับรัฐครั้งแรก
พรรคทางเลือกสำหรับเยอรมนี (AfD) สร้างประวัติศาสตร์ในฐานะพรรคขวาจัดพรรคแรกที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งระดับภูมิภาคในเยอรมนีนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2
ผลโพลชี้ว่า พรรค AfD จะชนะการเลือกตั้งในรัฐทูรินเจียด้วยคะแนนเสียง 33.2% แซงหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม CDU ที่จะได้คะแนนไป 23.6% ขณะที่ในรัฐแซกโซนีที่อยู่ข้างเคียงซึ่งมีการเลือกตั้งระดับรัฐในวันที่ 1 กันยายนเช่นเดียวกัน คาดว่าพรรค CDU ยังมีคะแนนนำที่ 31.5% แต่ก็มากกว่าพรรค AfD เพียง 1.1% เท่านั้น
ทั้งนี้ คาดว่าพรรค AfD ซึ่งมีนโยบายหลักในการต่อต้านผู้อพยพอาจได้รับแรงส่งจากการโจมตีด้วยมีดที่คร่าชีวิตผู้คนในเมืองโซลิงเงน ทางตะวันตกของเยอรมนี ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งคาดว่าเป็นฝีมือชาวซีเรียที่อาศัยอยู่ในเยอรมนีอย่างผิดกฎหมาย แต่ทางการเยอรมนีไม่สามารถเนรเทศคนเหล่านี้ออกไปได้
หากผลเลือกตั้งเป็นไปตามตัวเลขดังกล่าวจริงก็จะถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPD) ของนายโอลาฟ โชลทซ์ นายกรัฐมนตรี และพรรคการเมืองอื่นๆ ในรัฐบาลผสมของเขาที่ยังคงมีความขัดแย้งแตกแยกกันภายใน ขณะที่เหลือเวลาอีกเพียงปีเดียวก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในเยอรมนี
ผลการเลือกตั้งระดับรัฐดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันให้กับโชลทซ์ในประเด็นเรื่องการย้ายถิ่นฐาน รวมถึงการสนับสนุนยูเครน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการหาเสียงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดมากขึ้น อำนาจของรัฐบาลเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปที่อ่อนแอลง อาจส่งผลให้การดำเนินนโยบายของสหภาพยุโรปซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากฝรั่งเศสซึ่งเป็นมหาอำนาจในยุโรปอีกประเทศหนึ่ง ยังคงดิ้นรนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในกลางปีที่ผ่านมา
พรรคการเมืองทั้ง 3 พรรคในรัฐบาลดูเหมือนจะสูญเสียคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั้ง 2 รัฐ ผลโพลระบุว่า พรรค SPD ของโชลทซ์มีคะแนนเสียงที่ 6-7.6% ขณะที่พรรคกรีนและพรรคเสรีประชาธิปไตย เสี่ยงที่จะไม่มีที่นั่งในรัฐสภารัฐทูรินเจีย เพราะมีคะแนนไม่ถึง 5%
นักวิเคราะห์มองว่า ผลการเลือกตั้งดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลผสมของโชลทซ์ ซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่หลากหลายทะเลาะกันมากขึ้น

