
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นักการทูตชาวเอเชียหลายคนให้ความเห็นตรงกันว่า จีนมีแนวโน้มที่จะทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อการพัฒนากองทัพเรือของตนให้ทันสมัยมากขึ้นไปอีก เพื่อรองรับความกังวลที่เกิดจากท่าทีแข็งกร้าวและคาดการณ์ไม่ได้ของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา โดยนักการทูตรายหนึ่งระบุว่า กองทัพเรือของจีนซึ่งอยู่ภายใต้ กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ยิ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในระยะหลัง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีการแต่งตั้งแม่ทัพเรือคนใหม่ โดยให้ พลเรือโท เสิ่น จินหลง นายทหารเรือดาวรุ่งที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เข้าดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเรือ ถือเป็นหลักประกันว่ากองทัพเรือจีนจะได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากระดับนำสูงสุดของประเทศ ซึ่งนำไปสู่การเดินทางแสดงแสนยานุภาพครั้งแรกของนายพลเสิ่น อย่างเช่นการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงเดินทางเยือนหลายประเทศในย่านอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาถือเป็นเส้นทางเดินเรือใต้อารักขาของตน การส่งเรือรบลาดตระเวนในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก และน่านน้ำแปซิฟิกตะวันตก รวมทั้งส่งเรือดำน้ำเข้าเทียบท่าที่มาเลเซียอีกด้วย
แม้ว่าจะไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ากองทัพเรือได้งบประมาณในแต่ละปีเท่าใด เพราะทางการจีนแถลงงบประมาณทางทหารโดยรวมทั้งหมด แต่ที่ผ่านมามีงบฯทางทหารของปี 2559 เท่านั้นที่เพิ่มขึ้นเพียง 7.6 เปอร์เซ็นต์เป็น 954,350 ล้านหยวน (ราว 4.9 ล้านล้านบาท) ก่อนหน้านั้นงบฯทหารของจีนเพิ่มในระดับตัวเลข 2 หลักมาโดยตลอดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ และเชื่อว่าในการแถลงงบประมาณใหม่ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ งบฯทางทหารของจีนน่าจะปรับเพิ่มสูงขึ้นอีก
นายริชาร์ด บิทซิงเกอร์ นักวิชาการอาวุโสผู้ประสานงานโครงการการเปลี่ยนแปลงทางทหารของสำนักการต่างประเทศศึกษา เอส. ราชารัตนัม ในสิงคโปร์ ชี้ว่าเมื่อพิจารณาจากการนำสิ่งใหม่ๆเข้าประจำการในกองทัพเรือแทบทุกสัปดาห์ สะท้อนให้เห็นความพยายามสูงในการปรับปรุงสถานภาพกองทัพเรือจีนเพื่อลดช่องว่างกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
เฉพาะในปี 2559 ปีเดียว จีนส่งเรือรบใหม่เข้าประจำการถึง 18 ลำ มีทั้งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ, เรือคอร์เวตต์, เรือฟริเกตติดจรวดนำวิถี นอกจากนั้นยังมีการส่งเรือตรวจการณ์ติดอุปกรณ์อีเลคทรอนิกส์เข้าประจำการเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าอานุภาพของกองทัพเรือจีนยังห่างจากสหรัฐอเมริกาอยู่มาก เห็นได้ชัดจากปริมาณประจำการของเรือบรรทุกเครื่องบินที่สหรัฐอเมริกามี 10 ลำในขณะที่จีนมีเพียง 1 ลำเท่านั้น
