‘มาครง’ ตั้ง ‘มิเชล บาร์นิเยร์’ นักการเมืองอนุรักษนิยม นั่งนายกฯฝรั่งเศสคนใหม่
สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้แต่งตั้งนายมิเชล บาร์นิเยร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและอดีตหัวหน้าผู้เจรจาของสหภาพยุโรป (อียู) ในการที่อังกฤษออกจากอียู หรือเบร็กซิต ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของฝรั่งเศสในวันที่ 5 กันยายน หลังการเมืองฝรั่งเศสต้องเจอกับทางตันอยู่นาน 2 เดือน หลังการเลือกตั้งรัฐสภาฝรั่งเศสที่ไม่มีขั้วการเมืองใดคว้าเสียงข้างมากอย่างเบ็ดเสร็จในสภา
บาร์นิเยร์ในวัย 73 ปี ถือเป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของฝรั่งเศส จะรับช่วงต่อจาก กาเบรียล แอตตาล วัย 35 ปี ที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส บาร์นิเยร์เป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมจากพรรครีพับลิกันที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวฝรั่งเศสมากนักแม้จะเคยดำรงหลายตำแหน่งในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติตั้งแต่อายุเพียง 27 ปี และทำงานให้กับอียูที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา
บาร์นิเยร์กล่าวที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีว่า การดำรงตำแหน่งในสมัยของเขาจะมุ่งเน้นในเรื่องการจัดการความท้าทายต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงความไม่พอใจ ความทุกข์ ความรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และความรู้สึกไม่ยุติธรรมที่อยู่ในหลายเมืองและพื้นที่ต่างๆ ในประเทศ บาร์นิเยร์บอกอีกว่าเขาจะรับฟังกลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม โดยให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพ ความมั่นคง และการจ้างงาน รวมถึงลดหนี้ของประเทศที่สูงเกินไป

ภารกิจแรกที่บาร์นิเยร์ต้องเผชิญคือการตั้งรัฐบาลที่จะต้องฟันฝ่าเสียงที่แตกแยกที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มในรัฐสภาจากการที่ไม่มีฝ่ายใดได้รับเสียงข้างมากในสภา ซึ่งเขาจะต้องใช้ทักษะความสามารถทางการเมืองที่มีทั้งหมดในการที่จะผ่านช่วงเวลาหลายสัปดาห์ข้างหน้าที่กลุ่มแนวร่วมฝ่ายซ้ายที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในสภามีแผนที่จะคัดค้านการแต่งตั้งบาร์นิเยร์ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วยการยื่นโหวตไม่ไว้วางใจ
นายฌอง-ลุค เมลองชอง ผู้นำพรรค France Unbowed ฝ่ายซ้ายจัดกล่าวว่า มีการปล้นการเลือกตั้งนี้ไปจากชาวฝรั่งเศสและเรียกร้องให้มีการลงถนนประท้วงในวันที่ 7 กันยายน เมลองชองยังกล่าวอีกว่า แทนที่นายกรัฐมนตรีจะมาจากแนวร่วมฝ่ายซ้ายที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง แต่นายกรัฐมนตรีกลับมาจากพรรครีพับลิกันที่ได้คะแนนในการเลือกตั้งน้อยที่สุด ด้านนายจอร์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค National Rally ฝ่ายขวาจัดเรียกร้องให้บาร์นิเยร์จัดการเรื่องต่างๆ ที่เป็นข้อกังวลของพรรคฝ่ายขวาจัด

