‘เอ็ดมุนโด กอนซาเลซ’ ผู้นำฝ่ายค้านเวเน ลี้ภัยไปสเปน หลังโดนหมายจับเพียบ

8.09.24 | 14:49 น.
Reuters

‘เอ็ดมุนโด กอนซาเลซ’ ผู้นำฝ่ายค้านเวเน ลี้ภัยไปสเปน หลังโดนหมายจับเพียบ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเอ็ดมุนโด กอนซาเลซ วัย 75 ปี ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา เดินทางออกนอกประเทศไปที่สเปน ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งได้รับคำวิจารณ์จากนานาประเทศในเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส โดยฝ่ายค้านยืนกรานว่ากอนซาเลซเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในการเลือกตั้งครั้งนี้

นางสาวเดลซี่ โรดริเกซ (Delcy Rogriguez) รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวผ่านบัญชีอินสตาแกรมว่า กอนซาเลซดำเนินการขอลี้ภัยที่สถานทูตสเปนที่การากัสเมื่อหลายวันที่แล้ว อีกทั้ง นายโฮเซ มานูเอล อัลบาเรส (Jose Manuel Albares) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสเปน ระบุผ่านบัญชี X ของเขาว่า กอนซาเลซเดินทางออกจากการากัสไปที่สเปนโดยเครื่องบินกองทัพอากาศของสเปน ตามคำร้องขอ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการเวเนซุเอลาได้ออกหมายจับกอนซาเลซจากการที่เขาได้เผยแพร่คะแนนการเลือกตั้งผ่านช่องทางออนไลน์ ในข้อกล่าวหาว่าเป็นความพยายามในการแย่งชิงอำนาจ ปลอมแปลงเอกสารราชการ การสมรู้ร่วมคิด รวมถึงคดีอื่นๆ ด้วย

อนึ่ง เมื่อวันที่ 7 กันยายน รัฐบาลเวเนซุเอลายกเลิกการให้บราซิลเป็นตัวแทนในการดูแลผลประโยชน์ของอาร์เจนตินาในบราซิล รวมถึงยกเลิกการอนุญาตให้บราซิลบริหารงานสถานทูต ซึ่งมีฝ่ายค้านอาศัยอยู่ที่นั่นจำนวน 6 ราย โดยอ้างว่าสถานทูตกำลังถูกใช้เพื่อวางแผนการลอบสังหารนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ผู้ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 3 และโรดริเกซด้วย

Advertisement

บราซิลกล่าวว่า การถูกเพิกถอนคำอนุญาตเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด ด้านรัฐบาลอาร์เจนตินาออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยในเรื่องนี้ และชี้ว่าเป็นการดำเนินการบนการตัดสินใจฝ่ายเดียว

ทั้งบราซิลและอาร์เจนตินาเรียกร้องให้มาดูโรเคารพอนุสัญญากรุงเวียนว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูต อาร์เจนตินาออกแถลงว่า ความพยายามในการลักพาตัวผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่คุ้มครองของรัฐบาลอาร์เจนตินาจะถูกประณามจากสังคมโลก การกระทำเช่นนี้จะยิ่งส่งเสริมความเชื่อที่ว่าสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานไม่ได้รับความเคารพในเวเนซุเอลาภายใต้การนำของมาดูโรด้วย

นอกจากนี้ บราซิลระบุเมื่อวันที่ 7 กันยายนว่า บราซิลได้รับคำยืนยันจากเวเนซุเอลาว่าจะไม่บุกรุกเข้าสถานทูต และในแถลงการณ์ บราซิลยืนยันว่าจะยังคงดูแลและปกป้องผลประโยชน์ของอาร์เจนตินาต่อไป จนกว่าอาร์เจนตินาจะให้ประเทศอื่นดำเนินการ