ผ.อ. CIA – MI6 ถกข้อตกลงหยุดยิงกาซา ย้ำความสำคัญร่วมมือข่าวกรองสหรัฐ-อังกฤษ ต้านภัยคุกคามรัสเซีย
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) และนายริชาร์ด มัวร์ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองลับของอังกฤษ (MI6) ได้เข้าร่วมงาน FT Weekend Festival ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา โดยทั้งสองได้พูดถึงความสำคัญของความร่วมมือทางด้านข่าวกรองของทั้งสองประเทศในช่วงเวลาที่ระเบียบโลกกำลังเจอกับภัยคุกคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรัสเซีย และเรื่องการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาในสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่ดำเนินมานาน 11 เดือน
เบิร์นส์กล่าวถึงการเจรจาหยุดยิงและปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซาที่กำลังดำเนินไปอยู่ในตอนนี้ว่า สหรัฐกำลังทำงานอย่างแข็งขันกับประเทศอียิปต์และกาตาร์ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อปรับปรุงเค้าโครงข้อตกลงหยุดยิงที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้เสนอไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่จะแบ่งการหยุดยิงเป็น 3 ขั้นที่จะมีการปล่อยตัวประกันพร้อมกับมีการหยุดยิงทั้งหมดในฉนวนกาซา และให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ถอนกำลังออกจากฉนวนกาซา ซึ่งไบเดนบอกว่าอิสราเอลยอมรับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว
อย่างไรก็ตาม ทั้งอิสราเอลและฮามาสต่างเห็นช่องโหว่และมีเงื่อนไขที่อีกฝ่ายยังไม่สามารถยอมรับได้ในข้อเสนอดังกล่าว อาทิ การที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลยืนกรานว่าจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากระเบียงฟิลาเดลฟีที่ทอดยาวไปตามแนวพรมแดนระหว่างฉนวนกาซาและอียิปต์ ซึ่งการทำงานของสหรัฐกับตัวกลางในการเจรจามีขึ้นเพื่อให้เกิดข้อเสนอที่ดีพอที่ผู้นำของทั้งอิสราเอลและฮามาสจะเห็นประโยชน์ของการเดินหน้าในข้อตกลงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เบิร์นส์บอกว่าจากประสบการณ์ของเขาในการเจรจาในเรื่องตะวันออกกลาง คำว่าสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง และไม่สามารถตอบได้ว่าสหรัฐและฝ่ายเจรจาใกล้ที่จะได้ข้อตกลงหยุดยิงในตอนนี้แล้วหรือยัง เพราะไม่ว่าการเจรจาใดก็ตามจะมีส่วนที่เจรจายากที่สุด แม้ทั้งสองฝ่ายจะยอมรับรายละเอียดส่วนใหญ่ของข้อตกลง
ทั้งเบิร์นส์และมัวร์ต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างสหรัฐและอังกฤษ ท่ามกลางความก้าวร้าวของรัสเซียในสงครามยูเครน โดยยกตัวอย่างช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2021 ที่ทั้ง CIA และ MI6 สามารถส่งคำเตือนที่น่าเชื่อถือและรวดเร็วเกี่ยวกับการรุกรานที่อาจเกิดขึ้น เบิร์นส์ให้ความเห็นว่าการมีข่าวกรองที่ดีจะช่วยให้ผู้นำประเทศและการเมืองของเราสามารถก่อตั้งแนวร่วมที่แข็งแกร่งเพื่อสู้กับความก้าวร้าวของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย รวมถึงช่วยให้ยูเครนสามารถป้องกันตัวเองได้อีกด้วย
ด้านนายมัวร์ได้พูดถึงภัยคุกคามจากจีน รัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือว่าเห็นความร่วมมือกันอย่างมากในหมู่ประเทศเหล่านั้น อาทิ เห็นการใช้อาวุธของเกาหลีเหนือและโดรนของอิหร่านในสงครามยูเครน รวมถึงเห็นความช่วยเหลือที่จีนมอบให้แก่รัสเซียจากการมอบอุปกรณ์ที่ใช้ได้สองทาง (Dual-use items) แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจีนได้มอบอาวุธและกระสุนปืนให้กับรัสเซียเพื่อใช้ในยูเครน แต่การที่จีนมอบอุปกรณ์ที่ใช้ได้สองทางแก่รัสเซียช่วยให้รัสเซียสร้างอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศขึ้นมาใหม่ตลอดช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา แต่เบิร์นส์กล่าวว่าเขาและ CIA คิดว่าเราไม่ควรกลัวคำขู่ของรัสเซียว่าจะนำอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ เพราะปูตินเป็นพวกอันธพาลและเขาจะออกมาขู่แบบนี้อยู่เรื่อยๆ
เบิร์นส์กล่าวถึงการที่กองทัพยูเครนบุกโจมตีข้ามพรมแดนเข้าไปยังแคว้นคูร์สก์ของรัสเซียว่าทำลายภาพที่ปูตินพยายามสร้างว่ายูเครนจะค่อยๆ อ่อนแรงลงและความช่วยเหลือจากพันธมิตรจากชาติตะวันตกจะค่อยๆ น้อยลง ทำให้บรรดาผู้นำรัสเซียตั้งคำถามว่าสงครามกำลังเดินหน้าไปในทิศทางไหน และช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับยูเครน

