ประชากรเมียนมา 1 ใน 3 ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม น้ำท่วมคร่า 226 ชีวิต
หนึ่งสัปดาห์หลังไต้ฝุ่นยางิพัดถล่มพื้นที่ภาคกลางของเมียนมา สื่อของทางการเมียนมารายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายนว่า น้ำท่วมในเมียนมาได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 226 ราย โดยมีผู้สูญหายอีก 77 คน
โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมารายงานว่า มีการเปิดศูนย์บรรเทาทุกข์รวม 388 แห่ง ใน 9 ภูมิภาคและรัฐ โดยผู้ใจบุญได้บริจาคอาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้าให้กับผู้ประสบภัย
ประชาชนชาวเมียนมาราว 1 ใน 3 จากประชากรทั้งประเทศราว 55 ล้านคน หรือกว่า 18 ล้านคน ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพราะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นยิ่งซ้ำเติมวิกฤตการณ์ในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังทหารเข้ายึดอำนาจในเดือนกุมภาพันธ์ 2021
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดได้แก่เมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของเมียนมา กรุงเนปยีดอ และบางส่วนของรัฐฉาน ซึ่งเป็นรัฐใหญ่ที่มีการสู้รบอย่างหนักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ตามข้อมูลจากสำนักงานประสานกิจการด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า เพียงแค่ในภูมิภาคมัณฑะเลย์แห่งเดียว พื้นที่เกษตรกรรมกว่า 1 แสนไร่ จมอยู่ใต้น้ำ บ้านเรือนราว 26,700 หลัง ได้รับความเสียหายจากฝนตกและน้ำท่วม
ด้านกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ชี้ว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายแห่งเข้าถึงได้ยาก เนื่องจากถนนหลายสายเสียหาย เครือข่ายโทรคมนาคมและไฟฟ้าขัดข้อง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังรวมถึงค่ายผู้พลัดถิ่น ซึ่งรวมถึงเด็กๆ ที่ประสบปัญหาอยู่แล้วเนื่องจากความขัดแย้งที่ยังมีอยู่ทำให้พวกเขาเข้าถึงการดูแลได้อย่างจำกัด
ยูนิเซฟระบุด้วยว่า ในลาวมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และครอบครัวมากกว่า 440 ครอบครัว ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตัวเองที่ถูกน้ำท่วมใน 8 แขวง ขณะที่พื้นที่นาข้าวกว่า 1.97 หมื่นไร่ ก็จมอยู่ใต้น้ำด้วย

