‘บิล เกตส์’ เผย โลกร้อนซ้ำเติมวิกฤตสุขภาพเด็ก ภาวะทุพโภชนาการพุ่ง
บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ มหาเศรษฐีลำดับต้นของโลกที่ผันตัวไปเป็นนักการกุศล กล่าวว่า ภาวะทุพโภชนาการกลายเป็นวิกฤตด้านสุขภาพสำหรับเด็กที่เลวร้ายที่สุดในโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายยิ่งขึ้น
มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ระบุในรายงานที่มีการเผยแพร่ในวันที่ 17 กันยายนว่า นับตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 2050 เด็กอีก 40 ล้านจะประสบปัญหาเติบโตช้า และอีก 28 ล้านคนจะประสบปัญหาภาวะผอมแห้ง ซึ่งถือเป็นภาวะทุพโภชนาการที่ร้ายแรงที่สุดและแก้ไขไม่ได้ ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เกตส์ให้สัมภาษณ์ว่า หากเด็กไม่ได้รับอาหารที่เหมาะสม ทั้งในช่วงที่มารดาตั้งครรภ์และช่วงวัยแรกเกิด ก็จะไม่มีทางที่จะตามทัน โดยศักยภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็กจะถูกจำกัดเนื่องจากการขาดสารอาหารที่ดี เด็กที่ไม่ได้รับอาการที่เหมาะสมและเพียงพอ ยังเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัดและมาลาเรีย รวมถึงอาจเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วย
“ผลกระทบเชิงลบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบอาหารนั้นสูงถึงราว 90% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พืชผลที่ปลูกมักจะตายเนื่องจากภัยแล้งหรือไม่ก็มีฝนตกลงมามากเกินไป” เกตส์กล่าว
ในปี 2023 องค์การอนามัยโลกประมาณการว่า เด็ก 148 ล้านคนประสบปัญหาแคระแกร็น และ 45 ล้านคนประสบภาวะผอมแห้ง
เกตส์เรียกร้องให้มีการจัดเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับโภชนาการ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มใหม่ที่มีกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เป็นผู้นำ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อประสานการจัดหาเงินทุนจากผู้บริจาค กองทุนโภชนาการเด็ก รวมถึงการวิจัยเพิ่มเติม โดยเกสต์ย้ำว่า ไม่ควรโยกเงินออกจากโครงการอื่นๆ ที่พิสูจน์แล้วว่ามีความจำเป็น อาทิ การฉีดวัคซีนให้กับเด็กเป็นประจำ เพื่อวัตถุประสงค์นี้
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มูลนิธิเกตส์เผยว่า มีแผนที่จะใช้จ่ายเงินเพื่อโครงการด้านสุขภาพทัวโลกในปีนี้มากกว่าที่เคยที่ราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 2.278 แสนล้านบาท แต่ความพยายามที่จะระดมทุนในวงกว้างยังคงหยุดชะงัก

