ยูเอ็นเผย รบ.ทหารเมียนมา สังหาร-จับกุมพลเรือนพุ่ง มุ่งปิดปากฝ่ายต่อต้าน
รายงานของนายโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กันยายน ระบุถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศเมียนมาว่า รัฐบาลทหารได้สังหารและจับกุมพลเรือนเพิ่มขึ้นในความพยายามอย่างชัดเจนที่จะปิดปากฝ่ายตรงข้ามและมีการเกณฑ์ทหารในความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
รายงานนี้ของข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็น ซึ่งส่วนหนึ่งได้มาจากการสัมภาษณ์ทางไกลกับเหยื่อและพยานหลายร้อยคน ระบุว่ามีพลเรือนที่ถูกกองทัพเมียนมาสังหารเสียชีวิตไปแล้ว 5,350 คน นับตั้งแต่เกิดเหตุรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปี 2564
ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิต 2,414 ราย ที่เสียชีวิตในช่วงเวลาที่ยูเอ็นจัดทำรายงานนี้ระหว่างเดือนเมษายนปี 2566 ถึงเดือนมิถุนายนปี 2567 โดยผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายมาจากการถูกโจมตีทางอากาศและการโจมตีด้วยปืนใหญ่ ซึ่งเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาของการรายงานครั้งก่อน
รายงานยังเผยให้เห็นการจับกุมพลเรือนในทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ถูกจับกุมไปแล้วเกือบ 27,400 คนรวมถึงเด็ก นับจากเกิดรัฐประหาร ซึ่งมากกว่า 9,000 คนถูกจับกุมในช่วงที่มีการจัดทำรายงานล่าสุดนี้ โดยเชื่อว่าส่วนใหญ่ถูกคุมตัวอยู่ในศูนย์ฝึกทหารของกองทัพ
รายงานยังระบุว่ามีการล่วงละเมิดต่อผู้ต้องขังที่เข้าข่ายเป็นการทรมาน เช่น การจับแขวนกับเพดานโดยไม่ให้อาหารหรือน้ำ การใช้งูหรือแมลงทำให้กลัว และการตีด้วยท่อนไม้ไผ่และโซ่รถจักรยานยนต์
ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นยังย้ำข้อเสนอแนะให้ส่งเรื่องการละเมิดสิทธิในเมียนมาไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศอีกด้วย

