สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายโมฮาเหม็ด อาพันดี อาลี อัยการสูงสุดมาเลเซียเปิดเผยว่า หญิง 2 ราย ที่เป็นผู้ต้องสงสัยลอบสังหารนายคิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เตรียมถูกแจ้งข้อหาในศาลภายใต้ความผิดฆาตกรรม ตามมาตรา 302 ของประมวลกฎหมายอาญา โดยทั้ง 2 คนที่เป็นชาวเวียดนามกับชาวอินโดนีเซีย จะปรากฏตัวที่ศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ซึ่งหากทั้งคู่ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง อาจต้องถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ
ข่าวระบุว่า หญิงทั้ง 2 รายยืนยันว่าพวกเธอเชื่อว่าสิ่งที่ทำเป็นการเข้าร่วมในการบันทึกวิดีโอแบบล้อกันเล่น โดยสีติ ไอชาห์ หญิงชาวอินโดนีเซียวัย 25 ปี เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่สถานทูตอินโดนีเซียประจำมาเลเซียเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ว่า ได้รับค่าจ้าง 400 ริงกิต (ราว 3,100 บาท) ให้นำสิ่งที่เชื่อว่าเป็นเบบี้ออยล์ไปป้ายหน้าของนายจอง นัม ด้านดออ่าน ถิ เฮือง หญิงชาวเวียดนามวัย 28 ปี ระบุเช่นกันว่าเธอถูกหลอกให้ลอบสังหารนายจอง นัม เพราะคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการถ่ายคลิปวิดีโอล้อกันเล่น
ขณะที่บีบีซีรายงานว่า หน่วยงานด้านข่าวกรองของเกาหลีใต้เชื่อว่า ชาวเกาหลีเหนือ 4 คนที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันในการเสียชีวิตของนายจอง นัม เป็นสายลับ โดยเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ เปิดเผยในการให้ข้อมูลต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติเกาหลีใต้ว่า ชาย 4 คนจากจำนวนผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 7 รายที่ทางการมาเลเซียประกาศชื่อออกมา ทำงานให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของเกาหลีเหนือ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นชายชาวเกาหลีเหนือคนไหนที่ทางการมาเลเซียหมายถึง
ทั้งนี้ ทางการมาเลเซียจับกุมตัวชายชาวเกาหลีเหนือรายหนึ่งระบุว่าชื่อ นายรี จอง ชอล ได้หลังเกิดเหตุสังหารนาย จอง นัม ไม่กี่วัน ขณะที่มีชาวเกาหลีเหนืออีก 6 รายที่ถูกระบุชื่อว่าเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ในจำนวนนี้ 4 คน เดินทางโดยเครื่องบินออกจากสนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ไม่นานหลังจากนายจอง นัม ถูกลอบสังหาร และกลับไปกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือ โดยใช้เส้นทางบินที่ซับซ้อนซึ่งไม่ผ่านประเทศจีน
ขณะที่ชาวเกาหลีเหนืออีก 2 รายที่ทางการมาเลเซียระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัย เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และอีกรายเป็นพนักงานของสายการบินแห่งชาติเกาหลีเหนือ แอร์โคเรียว
วันเดียวกัน นายแมทธิว ไรครอฟต์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้มาเลเซียแบ่งปันหลักฐานที่ได้จากการสอบสวนกรณีการลอบสังหารนายจอง นัมด้วยสารพิษทำลายประสาทวีเอ็กซ์กับทางองค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ซึ่งเป็นหน่วยงานของยูเอ็นในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เพื่อเป็นหลักฐานเอาผิดทางการเกาหลีเหนือ

