คอลัมน์ไฮไลต์โลก: เบลารุสกับอัตลักษณ์ความเป็นชาติที่ลางเลือน!
มีสัญญาณเด่นชัดมากยิ่งขึ้นถึงการกำลังถูกกลืนกินอัตลักษณ์ความเป็นชาติขึ้นในเบลารุสโดยรัสเซียที่อีกฝ่ายยกให้เป็นมหามิตร หลังการก้าวขึ้นสู่อำนาจของ อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุสเมื่อ 30 ปีก่อน
โดยเฉพาะนับจากลูกาเชนโกเปิดไฟเขียวเต็มที่ให้กองทัพรัสเซียเคลื่อนกำลังพลและขีปนาวุธเข้ามาประจำการในดินแดนอธิปไตยของเบลารุสได้ในระหว่างทำศึกสงครามกับยูเครน หลังวลาดิมีร์ ปูติน เปิดปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนได้เพียงไม่นานเมื่อกว่า 2 ปีก่อน

มิคาเล เด็กชายชาวเบลารุส วัย 15 ปี ประสบกับการเปลี่ยนแปลงนี้มากับตัวเมื่อเปิดภาคเรียนใหม่ในปีนี้ เด็กชายบอกว่าครูไม่เรียกชื่อเขาว่า มิคาเล อีกต่อไป แต่เรียกเขาว่า นิโคไล ซึ่งเป็นชื่อในภาษารัสเซียแทน ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้การเรียนการสอนในโรงเรียนยังล้วนแต่เป็นภาษารัสเซีย ไม่ใช่ภาษาเบลารุสที่พวกเขาใช้มาเกือบตลอดทั้่งชีวิต
ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของคลื่นระลอกใหม่แห่งการกลืนกลายให้เป็นรัสเซีย (Russification) ที่แผ่อิทธิพลครอบงำชาติเพื่อนบ้านอย่างเบลารุสที่มีประชากรทั้งสิ้นราว 9.5 ล้านคน ในเกือบจะทุกมิติทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมและภาษา แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าประวัติศาสตร์ความเป็นชาติของเบลารุสจะมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับรัสเซียจากการที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสาธารณรัฐหนึ่งในสหภาพโซเวียต ก่อนที่ดินแดนหลังม่านเหล็กนี้จะล่มสลายลงในปี 1991 ที่กลายเป็นรัสเซียในปัจจุบันก็ตาม

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปทางไหนในกรุงมินสค์ อันเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ต่างๆ ในเบลารุส แทบจะไม่ได้เห็นหรือได้ยินการพูดคุยเป็นภาษาเบลารุสที่เป็นภาษาแม่ กระทั่งตัวลูกาเชนโกและเจ้าหน้าที่รัฐยังพูดแต่ภาษารัสเซีย ถึงแม้เบลารุสจะกำหนดให้มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ ภาษาเบลารุสและภาษารัสเซียก็ตาม
นอกจากการเปิดทางสะดวกให้รัสเซียเข้ามาใช้ดินแดนอธิปไตยของเบลารุสเป็นฐานโจมตียูเครนดังที่ว่ามk เศรษฐกิจของเบลารุสยังพึ่งพารัสเซียอยู่อย่างมากทั้งเงินกู้และพลังงานราคาถูก ขณะที่การใช้ภาษาเบลารุสถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความไม่ซื่อสัตย์ทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในทางกลับกันคนเบลารุสมองว่าการพูดภาษาเบลารุสเป็นสัญลักษณ์หนึ่งแห่งอิสรภาพของพวกเขา แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะพูดในที่สาธารณะ
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองปรากฏการณ์การกำลังถูกกลืนชาติในเบลารุสว่าเป็นสิ่งที่รัสเซียตั้งจะใจทำในชาติเพื่อนบ้านอย่างยูเครนเช่นกัน ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นความพยายามของปูตินที่จะเติมเต็มความฝันของตัวเองในการให้รัสเซียกลับมายิ่งใหญ่เหมือนสหภาพโซเวียตในอดีตหรือไม่!

