อิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่สุด มะกัน-ผู้ดี วอนหยุดยิงโดยเร็ว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 กันยายน อิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เดือนตุลาคม โดยเมื่อเวลา 21.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดโจมตีมากกว่า 52 ครั้ง บริเวณทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งได้ทำลายฐานยิงจรวด 100 แห่ง รวมถึงเป้าหมายอื่นๆ ในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว
การโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานนักหลังจากที่เลบานอนเผชิญกับเหตุการณ์เพจเจอร์และวิทยุสื่อสารระเบิดต่อเนื่อง 2 วันติด ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 37 รายและบาดเจ็บ 3,000 ราย ซึ่งนายฮัสซัน นัสรุลลอฮ์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กล่าวว่า เหตุการณ์เพจเจอร์และวิทยุสื่อสารระเบิดระหว่างวันที่ 17-18 กันยายน เป็นการล้ำเส้นแดงทุกเส้นที่ฮิซบอลเลาะห์ได้ขีดไว้ เขากล่าวว่า ศัตรูรายนี้ไม่สามารถควบคุมได้ และเพิกเฉยในเรื่องกฎหมายและศีลธรรม เหตุการณ์นี้ถือเป็นอาชญากรรมทางสงครามหรือเป็นการประกาศสงครามด้วย อย่างไรก็ดี ฝ่ายอิสราเอลไม่ได้ออกมาให้ความเห็นหรือแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้แต่อย่างใด
การโจมตีต่อเนื่องนี้ทำให้ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเพิ่มสูงขึ้น ทางรัฐบาลสหรัฐออกมาเน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาโดยใช้วิถีทางการทูตนั้นสามารถบรรลุได้และต้องรีบกระทำโดยเร่งด่วน โดยคารีน ฌอง-ปิแอร์ โฆษกรัฐบาลสหรัฐ ออกแถลงว่า สหรัฐมีความกังวลว่าความรุนแรงของสงครามจะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรได้ออกมาเรียกร้องการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์โดยทันทีอีกด้วย
ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่ประกอบด้วยสมาชิก 15 ชาติ มีกำหนดการประชุมในวันที่ 20 กันยายน เพื่อหารือเรื่องเหตุอุปกรณ์สื่อสารระเบิดในเลบานอน หลังจากที่คณะผู้แทนถาวรของเลบานอนประจำสหประชาชาติส่งจดหมายถึงยูเอ็นเอสซีเมื่อวันที่ 19 กันยายน ซึ่งระบุว่าอิสราเอลเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรงนี้ โดยนายนาจิบ มิกาตี นายกรัฐมนตรีเลบานอนได้เรียกร้องให้ยูเอ็นเอสซีแสดงจุดยืนเพื่อยุติความโหดร้ายและสงครามเทคโนโลยีของอิสราเอล

