‘ฮิซบอลเลาะห์-อิสราเอล’ แลกหมัดโจมตีอย่างต่อเนื่อง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอนครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 22 กันยายน อิสราเอลและเลบานอนโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง หลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศในทางตอนใต้ของเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี โดยกลุ่มอิซบอลเลาะห์กล่าวว่า อิซบอลเลาะห์ได้ใช้จรวดโจมตีเป้าหมายทางทหารในตอนเหนือของอิสราเอล พร้อมทั้งระบุผ่านเทเลแกรมว่า อิซบอลเลาะห์ใช้ขีปนาวุธมากกว่าสิบลูกในการโจมตีฐานทัพอากาศรามัตเดวิด (Ramat David) เพื่อตอบโต้อิสราเอลหลังจากที่ได้โจมตีเลบานอนอย่างไม่หยุดยั้ง
อิซบอลเลาะห์อ้างว่า การโจมตีที่ฐานทัพอากาศนี้เป็นการโจมตีที่ลึกที่สุดตั้งแต่ความรุนแรงเริ่มขึ้น และยังได้ใช้โดรนโจมตีอิสราเอลในวันเดียวกันอีกด้วย
สื่อของอิสราเอลรายงานว่า มีอาคารจำนวนมากที่ถูกโจมตีโดยตรง หรือได้รับผลกระทบจากเศษซากขีปนาวุธที่ร่วงลงมา หน่วยกู้ภัยระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ดูแลกลุ่มคนที่ได้รับการบาดเจ็บเล็กน้อย และในขณะนี้ยังไม่รายงานผู้เสียชีวิต อีกทั้งรัฐบาลอิสราเอลได้สั่งการปิดโรงเรียนและออกมาตรการสั่งห้ามชุมนุมในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศและในพื้นที่ราบสูงโกลาน
มีรายงานว่า เสียงไซเรนดังตลอดทั้งคืนเนื่องจากได้มีจรวดและขีปนาวุธจำนวนมากที่ถูกยิงมาจากเลบานอนและอิรัก อย่างไรก็ดีกองทัพทหารอิสราเอลระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธส่วนมากได้ กองทัพทหารอิสราเอลกล่าวเพิ่มว่า ทางกองทัพได้โจมตีเป้าหมาย 290 แห่ง ซึ่งรวมถึงฐานยิงจรวดมากกว่า 100 ท่อ และจะทำการโจมตีเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป
ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิซบอลเลาะห์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การโจมตีเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากที่อิสราเอลโจมตีทางอากาศครั้งที่สุดในรอบปีเมื่อวันที่ 20 กันยายน โดยมีเป้าหมายที่จะจัดการกับผู้บัญชาการของอิซบอลเลาะห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 37 ราย ที่บริเวณชานเมืองของเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน และได้มีสมาชิกกลุ่มอิซบอลเลาะห์เสียชีวิต 16 ราย ซึ่งรวมถึง นายอิบราฮิม อาคิล (Ibrahim Aquil) ผู้นำอาวุโสและนายอาเมด วาฮบี (Ahmed Wahbi) ผู้บัญชาการด้วย

