ISC เปิดตัวหนังสือ Thailand and ASEAN, 1967-1979
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ (International Studies Center: ISC) จัดงานเปิดตัวหนังสือ Thailand and ASEAN, 1967-1979 เขียนโดย ดร. ณัฐวัฒน์ กฤษณามระ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และมีการเสวนาในหัวข้อ Thailand and ASEAN, 2025-2045 โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนาและผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ รศ. ดร. ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดำเนินรายงานโดยว่าที่ ร.ต. เสกสรร อานันทศิริเกียรติ นักวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวลา 9.00 น. ผู้เข้าร่วมงานทยอยเดินทางมาลงทะเบียนอย่างคึกคัก โดยมีข้าราชการจากกระทรวงการต่างประเทศ นักวิชาการ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้ที่สนใจจำนวนมากเข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือในครั้งนี้
ต่อมานายอนุสนธิ์ ชินวรรโณ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงเปิดงานว่า หนังสือเล่มนี้ดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิตที่ ดร. ณัฐวัฒน์เสนอต่อมหาวิทยาลัยเจนีวา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทและนโยบายของไทยในกรอบความร่วมมืออาเซียน และเนื่องจากวิสัยทัศน์อาเซียนฉบับใหม่กำลังจะเกิดขึ้น หัวข้องานเสวนาในครั้งนี้จึงเป็นการมองอาเซียนไปข้างหน้า โดยเฉพาะในเรื่องบทบาทไทยในอาเซียน
จากนั้น ดร. ณัฐวัฒน์ผู้เขียน กล่าวแนะนำหนังสือผ่านวิดีโอว่า หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายของไทยในช่วง 12 ปีแรกหลังจากการก่อตั้งอาเซียน โดยแรงบันดาลใจของเขาคือ ระหว่างที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ ที่สหราชอาณาจักรอยู่นั้น เขาได้เขียนวิทยานิพนธ์เรื่องบทบาทของกลุ่มในรัฐสภายุโรป และพบว่ายุโรปเผชิญกับความท้าทายหลากหลาย จึงได้กระตุ้นความสนใจในเรื่องความร่วมมือในระดับภูมิภาค เมื่อเขาเป็นข้าราชการแรกเข้าได้อยู่ที่กรมอาเซียน ทำให้ได้รับทราบถึงมิติที่หลากหลายของกรอบความร่วมมือ ขณะที่บทบาทของไทยในอาเซียนโดดเด่นเป็นอย่างมาก จึงได้ตัดสินใจเขียนเรื่องดังกล่าวเพื่อสานต่อความสนใจเดิม
ดร. ณัฐวัฒน์ระบุว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีแนวคิดการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเขตแดนที่ถูกแยกออกจากกันในยุคล่าอาณานิคม โดยมีเรื่องความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญ เห็นได้ชัดจากการก่อกำเนิดขององค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATO) และในระหว่างนั้น ไทยมองตัวเองเป็นประเทศเล็ก ผู้กำหนดนโยบายจึงแสวงหาการยอมรับจากภายนอกเพื่อความมั่นคง ส่งผลให้ไทยให้ความสำคัญกับการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศเพื่อรักษาอำนาจอธิปไตยของไทยในช่วงสงครามเย็น
นายถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผลักดันอาเซียนอย่างแข็งขันผ่านการกล่าวถ้อยแถลงต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นในภูมิภาค อีกทั้ง ในช่วงการก่อตั้งอาเซียน ไทยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ประสานและกาวใจขณะที่ประเทศสมาชิกมีข้อขัดแย้งทางการเมือง และหลังจากที่สหรัฐถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาเซียนกลายเป็นทางเลือกทางนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางภูมิรัฐศาสตร์ บทบาทของไทยในอาเซียนชัดเจนเป็นอย่างมาก โดยไทยเป็นแกนนำในส่งเสริมให้นานาประเทศสร้างท่าทีในการสนับสนุนอาเซียนด้วย

ดร. ณัฐวัฒน์กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันความเป็นแกนกลางของอาเซียนอาจจะถูกท้าทายจากพลวัตต่างๆ ท่ามกลางกรอบความร่วมมือใหม่ที่ถูกริเริ่มขึ้น ทั้งนี้ อาเซียนยังคงมีความสำคัญในการกำหนดวาระของภูมิภาคและในการจัดระเบียบดุลระหว่างประเทศในภูมิภาค และโลกภายนอก ฉะนั้นไทยจำเป็นต้องมีบทบาทในกรอบความร่วมมือนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์
“เอเชียแปซิฟิกได้กลับมาเป็นเวทีแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ ไทยมีจุดยืนและน้ำหนักภายในกรอบอาเซียนไม่น้อย สามารถเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อภูมิภาคโดยใช้อาเซียนเป็น ‘forced multiplier’ ซึ่งเป็นโอกาสและความท้าทายสำคัญ” ดร. ณัฐวัฒน์กล่าว
หนังสือ Thailand and ASEAN 1967-1979 นำเสนอบทบาทเชิงรุกของไทยในการส่งเสริมความมั่นคงร่วมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีแนวทางสำคัญคือการลดการพึ่งพามหาอำนาจภายนอกและการเพิ่มน้ำหนักในการเจรจาต่อรองของอาเซียน โดยนับแต่อาเซียนก่อตั้งขึ้น ไทยมีบทบาทสำคัญและผลักดันความร่วมมือด้านต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิก อีกทั้ง อาเซียนเป็นกลไกในการสนับสนุนนโยบายต่างประเทศของไทย และยังคงเป็นเสาหลักในการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศของไทยจนถึงปัจจุบัน
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสืออ่านได้ฟรีจากเว็บไซต์ของศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ https://isc.mfa.go.th/

