มาริษนั่งปธ.เวที UHC ชูต่อยอด ‘30 บาท รักษาได้ทุกที่’ ต่างชาติ-WHO ชื่นชมไทย
เมื่อวันที่ 24 กันยายน ตามเวลาในสหรัฐ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 79 ได้เป็นประธานร่วมและกล่าวเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีประจำปีครั้งที่ 5 ของกลุ่มมิตรด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและสุขภาพทั่วโลก (UHC) ความว่า
ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านสู่การประชุมประจำปีครั้งที่ 5 ของกลุ่มมิตรด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและสุขภาพทั่วโลก ขอแสดงความขอบคุณสำหรับการสนับสนุนอันมีค่าจากพันธมิตรและมิตรสหายของเราในการจัดงานนี้ ได้แก่ ประธานร่วม จอร์เจียและญี่ปุ่น และสมาชิกอื่นๆ ของกลุ่มมิตรฯ องค์การอนามัยโลก และ UHC2030 รวมถึงคณะผู้ทรงเกียรติที่มาร่วมเสวนาและมาร่วมงานในวันนี้ด้วย
จากการประชุมระดับสูงเรื่อง UHC เมื่อปีที่แล้ว สิ่งสำคัญคือการรักษาพลวัตรและผลักดันการสนทนาและการดำเนินการต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการบรรลุ UHC ภายในปี 2030 นี่คือเหตุผลที่ทำให้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งกับหัวข้อการประชุมในวันนี้ ซึ่งเน้นไปที่การคุ้มครองทางการเงินที่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และความสัมพันธ์ระหว่าง UHC กับการแก้ไขปัญหาสำคัญอย่างการดื้อยา (AMR)

ประเทศไทยเชื่อมั่นในความเท่าเทียมด้านสุขภาพ หลังจากที่เราดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ UCS มาเป็นเวลา 22 ปี ตอนนี้เราสามารถพูดได้ว่าคนไทยมากกว่า 99% มีประกันสุขภาพแล้ว นอกจากนี้ เรายังขยายความคุ้มครองไปยังแรงงานข้ามชาติและผู้ที่มีปัญหาเรื่องสัญชาติผ่านโครงการอื่นๆ
ล่าสุด เราได้นำโครงการ “30 บาท รักษาได้ทุกที่” มาใช้ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายทางอ้อมสำหรับการดูแลสุขภาพ ผ่านความคิดริเริ่มนี้ ผู้รับประโยชน์จาก UCS จะสามารถเข้าถึงการรักษาที่สถานพยาบาลนอกเหนือจากผู้ให้บริการที่ตนกำหนดได้อย่างง่ายดาย
นอกจากนี้ คนไทยยังสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพผ่านเครือข่ายร้านขายยา คลินิกพยาบาล และคลินิกเทคนิคการแพทย์ ที่เรียกว่า “หน่วยบริการสาธารณสุขวิถีใหม่” ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ เวลาที่ต้องรอคอย และค่าเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องพึ่งพาระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า

ร้านขายยาที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มนี้ยังช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้ดีขึ้นในขณะที่ได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากเภสัชกรที่มีใบอนุญาต ซึ่งจะช่วยให้การจัดการยาต้านจุลชีพมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากประชาชนได้รับคำแนะนำและเข้าถึงยาที่ถูกต้อง พร้อมทั้งรับประกันการใช้ยาอย่างมีเหตุผลและมีประสิทธิผล
ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธาน Foreign Policy and Global Health Initiative (FPGH) อีกครั้งในปีนี้ เมื่อเราดำรงตำแหน่งประธาน FPGH เป็นครั้งแรกในปี 2560 เราได้เสนอญัตติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งนำไปสู่การประชุมระดับสูงครั้งแรกเกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี 2562
ในครั้งนี้ เราเสนอญัตติเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วย การส่งเสริมสุขภาพเป็นแนวทางเชิงรุกที่ช่วยให้บุคคลสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของบุคคลเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระของระบบ สาธารณสุขโดยรวมอีกด้วย
มีแนวทางมากมายในการพัฒนาและขยาย UHC เรามาทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการมีสุขภาพที่ดีของทุกคน

นายมาริษให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมเวทีดังกล่าวว่า ประเทศไทยมีบทบาทอย่างมากในเรื่องนี้เนื่องจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค การประชุมในวันนี้ได้เน้นย้ำศักยภาพของไทยที่เป็นผู้นำในเรื่องดังกล่าว และขณะนี้ภายใต้โครงการของท่านนายกรัฐมนตรีแพรทองธาร ชินวัตร เรากำลังมุ่งเน้นไปที่โครงการ 30 บาทรักษาได้ทุกที่ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากประเทศสมาชิก กลุ่มมิตรของไทย และกลุ่มมิตรใน UHC
นายมาริษกล่าวว่า โครงการทั้งหลายที่ประเทศไทยนำมาเสนอได้รับการยอมรับและมีคำชื่นชมอย่างมาก ก่อนที่ตนจะขึ้นกล่าวเปิดงานผู้แทนขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มาขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลือ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา UHC อย่างมาก
นายมาริษกล่าวด้วยว่า รัฐมนตรีสาธารณสุขของญี่ปุ่นที่เป็นประธานร่วมในการประชุมดังกล่าวก็แสดงความชื่นชมบทบาทของไทยในเรื่องนี้ และบอกด้วยว่า UHC ที่ไทยได้ริเริ่มขึ้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นสามารถเรียนรู้จากไทยได้ว่า ทำอย่างไรจึงสามารถทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน
“ทั้งหมดนี้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ความมั่นคงของมนุษย์ ไทยพร้อมมีบทบาทนำในการแลกเปลี่ยนความเห็น และให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เรามี หลังจากที่ได้ทำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคมา 22 ปี สามารถพูดได้ว่าทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากกว่า 90% ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและน่าภาคภูมิใจของคนไทย ที่ทำให้ต่างชาติเห็นความสำคัญใน UHC” นายมาริษกล่าว


