ย้อนแย้ง! เนทันยาฮูสั่งลุยเต็มสูบ มะกันดันหยุดยิง แต่ส่งเงินหนุนทำสงคราม
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล สั่งกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ให้สู้รบกับกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์แบบเต็มกำลังต่อไป แม้สหรัฐซึ่งเป็นชาติพันธมิตรหลักของอิสราเอลกับอีกหลายประเทศได้ร่วมกันเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเป็นเวลา 21 วัน ซึ่งอิสราเอลปฏิเสธทันทีไปก่อนหน้านี้
เนทันยาฮูเดินทางถึงนิวยอร์กในวันที่ 26 กันยายน ตามเวลาในสหรัฐ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ โดยเขาระบุว่าอิสราเอลจะไม่ยุติปฏิบัติการในเลบานอนจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด และเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือกลับบ้านอย่างปลอดภัย
ในวันพฤหัสบดี ไอดีเอฟระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิชบอลเลาะห์ในเลบานอนตอนใต้และในหุบเขาเบกาทางตะวันออกของประเทศเลบานอน นอกจากนี้ยังได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานบริเวณชายแดนเลบานอน-ซีเรีย ซึ่งเป็นการตัดเส้นทางการส่งอาวุธให้กับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
นอกจากนี้ไอดีเอฟยังได้สกัดขีปนาวุธที่ยิงมาจากเยเมนหลังได้ยินเสียงไซเรนเป็นภัยทางอากาศและเสียงระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 กันยายน โดยนักรบฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และฮามาสได้ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อเป็นการแสดงความสามัคคีกับชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
ขณะที่ฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่า ได้ทำการยิงจรวด 50 ลูกไปยังนิคมคิร์ยาตอาตา และขีปนาวุธ 80 ลูกไปยังเมืองซาเฟด ซึ่งทั้งสองจุดตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลอย่างน้อย 92 ราย ซึ่งทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่การโจมตีความรุนแรงขึ้นได้เพิ่มขึ้นในวันจันทร์อยู่ที่กว่า 700 รายแล้ว
ด้านฮิซบอลเลาะห์ยืนยันว่า การโจมตีทางอากาศที่อพาร์ตเมนต์ทางใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ได้สังหารนายโมฮัมหมัด ซูรูร์ หัวหน้าหน่วยโดรนของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
นายอับดุลลาห์ บู ฮาบิบ รัฐมนตรีต่างประเทศเลบานอนได้กล่าวในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเพื่อร้องขอให้มีการหยุดยิงทันที ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายลงอย่างไม่สามารถควบคุมได้และทำให้วิกฤตครั้งนี้ไม่อาจจะควบคุมได้อีกต่อไป พร้อมกับย้ำว่าขณะนี้เลบานอนกำลังเผชิญกับวิกฤตที่คุกคามการดำรงอยู่ของประเทศ
นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้หารือกับนายรอน เดอร์เมอร์ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการยุทธศาสตร์ของอิสราเอล และแจ้งว่า การยกระดับความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับเลบานอนจะทำให้พลเรือนของทั้งสองฝั่งที่อาศัยอยู่ตามชายแดนเดินทางกลับบ้านได้ยากลำบากมากขึ้น และหารือถึงความสำคัญของการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 21 วันระหว่างอิสราเอล-เลบานอน รวมถึงข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา
ท่ามกลางสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความพยายามของสหรัฐในการยุติการสู้รบของอิสราเอล กระทรวงกลาโหมอิสราเอลได้เปิดเผยว่า ได้รับเงินช่วยเหลือจากสหรัฐมูลค่า 8.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.83 แสนล้านบาท เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงเงิน 3.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.14 แสนล้านบาทสำหรับการจัดหาสิ่งของที่จำเป็นในช่วงการทำสงคราม และอีก 5.2 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.69 แสนล้านบาทสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูง

